![]()
น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า จากกรณีที่เครื่องบินโดยสารสายการบิน China Airlines เที่ยวบิน CAL840 เส้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ–เกาสง ไต้หวัน ประสบเหตุล้อหลักจมติดพื้นผิวบริเวณหัวทางวิ่ง (รันเวย์) 02R ขณะเตรียมวิ่งขึ้นบิน ส่งผลให้เครื่องบินไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อได้นั้น ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ให้บริการมาประมาณ 20 ปี มีเที่ยวบินใช้งานประมาณ 700,000 เที่ยวบินต่อปี ส่งผลให้โครงสร้างรันเวย์ต้องรองรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมา AOT ได้มีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามมาตรฐานมาโดยตลอดอยู่แล้วทั้งนี้ โดยในช่วง 10 ปีที่หลังได้มีการซ่อมใหญ่และเปลี่ยนพื้นผิวรันเวย์มาแล้วมากกว่า 3 ครั้ง รวมถึงการซ่อมลึกลงไปถึงชั้นโครงสร้างดินด้วย
น.ส.ปวีณา กล่าวอีกว่า จากการหารือและตรวจสอบทางวิศวกรรม พบว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในครั้งนี้ มาจากลักษณะชั้นดินใต้สนามบินที่เป็นดินอ่อนและมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาและฝนตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ชั้นโครงสร้างพื้นผิวบางส่วน จึงส่งผลกระทบต่อสภาพพื้นผิวรันเวย์
ดังนั้นจุดที่ต้องเฝ้าระวังส่วนใหญ่เป็นบริเวณที่เครื่องบินต้องเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทาง เช่น จุดหัวเลี้ยว ทางออกแท็กซี่เวย์ และบริเวณหัวรันเวย์ เพราะเป็นจุดที่พื้นผิวต้องรับแรงกระทำแตกต่างจากช่วงที่เครื่องบินวิ่งตรง
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ขณะนี้ AOT อยู่ระหว่างสแกนและตรวจสอบพื้นผิวรันเวย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดจุดที่ต้องปรับปรุง โดยจะเน้นบริเวณที่มีแรงเสียดทานและแรงบิดสูงก่อน ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพื้นผิวทั้งหมด แต่จะพิจารณาดำเนินการซ่อมบำรุงตามสภาพของแต่ละจุด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามมาตรฐาน
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ยอมรับว่าคงไม่สามารถปิดพื้นที่รันเวย์เพื่อดำเนินการซ่อมทั้งหมดได้ เนื่องจากทสภ.เป็นสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่น หากปิดพื้นที่ทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินได้ จึงต้องแบ่งพื้นที่และช่วงเวลาซ่อมบำรุงเป็นระยะ เช่น การปิดพื้นที่ตั้งแต่เวลา 20.00-06.00 น. เป็นเวลา 10 วัน ก่อนทยอยดำเนินการในจุดอื่นๆ
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ AOT ต้องนำมาทบทวนและปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก “น.ส.น.ส.น.ส.ปวีณา กล่าวและว่า ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารทสภ.และสายงานวิศวกรรม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบสภาพรันเวย์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการปรับปรุงจุดที่มีความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการให้บริการเที่ยวบิน
ด้าน พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. กล่าวว่า กพท. ได้ทำหนังสือถึงAOT ให้ชี้แจงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรายงานแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ โดยเบื้องต้นทราบว่า อาจเกิดจากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างเสื่อมสภาพ แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน โดย กพท. เสนอให้ AOT นำเทคโนโลยีและเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัยมาใช้ประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นผิวสนามบิน ทั้งรันเวย์ ทางขับ และลานจอดเครื่องบิน เพื่อค้นหาจุดที่มีความหนาแน่นหรือความแข็งแรงไม่เพียงพอ รวมถึงตรวจสอบสภาพโครงสร้างใต้พื้นผิว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายจากน้ำหนักเครื่องบินด้วย