![]()
AOT ปรับแผนลงทุน “ดอนเมืองเฟส3” ใหม่ เล็งเสนอ ครม. มิ.ย. – ก.ค. 69 ชี้แผนเดิมล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์เทคโนโลยีการบินปัจจุบัน พร้อมชูจุดเด่นทางยกระดับ 6 เลน คาดเปิดใช้เทอร์มินอล 3 ได้ในปี 74 ขณะที่ East Expansion คาดเสนอครม. พ.ค.นี้

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 (เฟส 3) ต้องปรับแผนการลงทุนใหม่ เนื่องจากแผนเดิมมีการศึกษาและประเมินงบประมาณไว้ตั้งแต่ปี 2561 และได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2565 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการบรรจุเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบ Biometric, เครื่องเช็คอินอัตโนมัติ (Self Check-in) หรือระบบตรวจความปลอดภัยแบบ CT Scan ที่ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานสากลไปแล้ว การปรับแผนครั้งนี้จึงเป็นการ “Update” ให้ท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นท่าอากาศยานชั้นนำของโลก
ขณะเดียวกันแผนใหม่มีการออกแบบให้พื้นที่อาคารผู้โดยสารใหญ่ขึ้นกว่าเดิมประมาณ 25% เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้โดยสารและระบบการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณลงทุนเพิ่มขึ้นจากเดิมมีกรอบวงเงินลงทุน 36,000 ล้านบาท เนื่องจากเนื้องานที่เพิ่มขึ้นและค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้การออกแบบมีการแก้ปัญหาจราจร จุดเด่นสำคัญคือการปรับปรุงถนนเดิม เป็นการสร้างทางยกระดับขนาด 6 เลน เพื่อแยกการจราจรของผู้โดยสารที่จะไปอาคาร 3 (Terminal 3) ไม่ให้ปะทะกับอาคาร 1 และ 2 และยังถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับดอนเมืองโทลล์เวย์ สามารถแก้ปัญหาการจราจรหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังเพิ่มการลงทุนในระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากน้ำท่วมซึ่งเป็นจุดอ่อนของพื้นที่ดอนเมือง
อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเพิ่มงบประมาณและพื้นที่ แต่ AOT ยังคงเป้าหมายการรองรับผู้โดยสารที่ 40 ล้านคน เพื่อให้เป็นไปตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และไม่ให้กระทบต่อเงื่อนไขสัญญาของท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยหัวใจหลักของการปรับปรุงครั้งนี้คือการยกระดับการให้บริการ (Level of Service) และสร้างประสบการณ์ที่ดี (Passenger Experience) ให้กับผู้โดยสาร
สำหรับแผนการดำเนินงานในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตอบข้อซักถามจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ประมาณเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 หากได้รับอนุมัติจากครม.คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปลายปีนี้
ทั้งนี้ตามแผนการลงทุนท่าอากาศยานดอนเมืองเฟส 3 นั้นต้องแบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 21 งานย่อย 5 เฟสด้วยกัน โดยภาพรวมโครงการทั้งหมดคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 10 ปี เนื่องจากดำเนินงานก่อสร้างมีการก่อสร้างในหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาคารผู้โดยสาร อาคารรับรองวีไอพี อาคารจอดรถ พื้นที่จอดเครื่องบิน การก่อสร้างถนน ซึ่งการก่อสร้างที่ต้องดำเนินงานไปพร้อมกับการให้บริการอาคารผู้โดยสารหลังเดิม (1 และ 2) จึงต้องใช้ระยะเวลาหลายปี อย่างไรก็ตามการดำเนินงานก่อสร้างคาดว่าในส่วนของอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 รวมถึงทางยกระดับจะสามารถเปิดให้บริการได้ก่อนในปี 2574
นางสาวปวีณา กล่าวว่า แม้เงินลงทุนจะสูงขึ้น แต่ AOT ยืนยันว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าทางการเงินสูงขึ้นกว่าแผนเดิม เนื่องจากการปรับค่าธรรมเนียมการใช้ท่าอากาศยาน (PSC) และการเปลี่ยนวิธีคำนวณรายได้แบบบูรณาการทั้งท่าอากาศยานไม่ใช่คิดแค่รายได้ส่วนเพิ่มจากพื้นที่ใหม่เพียงอย่างเดียว
นางสาวปวีณา กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการลงทุน โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ว่า โครงการ East Expansion ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันส่งเรื่องไปสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอการนำเข้า ครม. โดยมีการขยายพื้นที่จาก 60,000 ตร.ม. เป็น 88,000 ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต กรอบวงเงินลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท
โครงการ East Expansion นอกจากลงทุนก่อสร้างตัวอาคารผู้โดยสารแล้ว ยังมีโครงการติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าขาเข้าเพิ่มเติม วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอ ครม. ควบคู่กันไปเพื่อให้การทำงานสอดคล้องกัน โดยคาดว่าจะสามารถเสนอครม. เพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกระทรวงการคลังครบแล้ว หาก ครม. อนุมัติ คาดว่าจะเริ่มกระบวนการประกวดราคาหาผู้รับจ้างได้ในช่วงกรกฎาคม และคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปีนี้ และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2573
นางสาวปวีณา กล่าวว่า โครงการ East Expansion นี้ AOT จะใช้เงินสะสม (เงินสดในมือ) ของบริษัทเองทั้งหมดในการลงทุน โดยไม่มีการกู้ยืมเงินจากแหล่งสถาบันการเงิน เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ในวงเงินที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้เอง ซึ่งแตกต่างจากโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เฟส 3 ที่อาจต้องมีการกู้ยืมเงินบางส่วน
“โครงการ East Expansion ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่จะช่วยลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารหลัก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาค” นางสาวปวีณา กล่าว
นางสาวปวีณา กล่าวถึงความคืบหน้าแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิฉบับปรับปรุงปี 2568 ว่า แผนแม่บทฉบับปรับปรุงนี้จะมีโครงการสำคัญคือการพัฒนาฝั่ง South ซึ่งประกอบด้วย อาคารผู้โดยสาร 3 อาคาร, รันเวย์ที่ 4, อาคารส่วนควบคุม, อาคารจอดรถ และระบบ สาธารณูปโภค โดยจะแบ่งการลงทุนเป็นเฟสย่อยตามการเติบโตของผู้โดยสารจริงเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสนข. และสภาพัฒน์