BANPU ชูปรับพอร์ต ดัน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก หนุน EBITDA โตกว่า 1.5 เท่าในปี 2573

Loading

BANPU ลุยขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 เสาหลัก “เหมืองยุคใหม่-ก๊าซธรรมชาติสหรัฐ-ไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง-Future Tech” ตั้งเป้า EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่าภายในปี 2573 มั่นใจ ธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ โตต่อเนื่อง รับดีมานด์ไฟฟ้าจาก AI และ Data Center พร้อมเร่งขยาย BESS ในตลาดออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยระบุว่า ทิศทางของบริษัทในระยะยาวยังคงเติบโตตามกลยุทธ์ Energy Symphonics ที่มีการปรับโครงสร้างพอร์ตเข้าสู่ธุรกิจพลังงานที่หลากหลาย โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่าภายในปี 2573 และเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหิน (Diversification EBITDA from non-coal related businesses) ให้มากกว่า 50% พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลงมากกว่า 20%

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความต้องการพลังงานในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง จากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักของบริษัท จะขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างระหว่างกระแสเงินสดจากธุรกิจปัจจุบัน และ โอกาสการเติบโตในอนาคต ประกอบด้วย

1.ธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) โดยบริษัทฯ เดินหน้าแสวงหาโอกาสการลงทุนและเติบโตจากการที่มีฐานการผลิตกระจายในอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน และมองโกเลีย โดยผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่งจากปริมาณการผลิตที่อยู่ในระดับที่ดี ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวดีขึ้น

2.ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) บริษัทมองว่า ยังมีโอกาสเติบโตตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ Data Center ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ซึ่ง BANPU จะเดินหน้าเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว หรือ PPA รวมถึงมองหาโอกาสลงทุนใหม่ พร้อมทั้งต่อยอดจุดแข็งของระบบนิเวศพลังงานแบบครบวงจรในสหรัฐฯ ผ่านธุรกิจการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)

ปัจจุบันมีปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บสะสมประมาณ 300,000 ตันต่อปี ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดและมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจก๊าซในระยะยาว

3.ธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) โดยบริษัทฯ มุ่งขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำผ่านการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในตลาดสำคัญ เช่น ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น และ สหรัฐฯ เพิ่มเติมจาการที่มีสินทรัพย์โรงไฟฟ้าหลัก ได้แก่ HPC และ BLCP เป็นฐานสร้างรายได้และกระแสเงินสด 

4.ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) โดยจะมุ่งสร้าง New S-Curve ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของ AI หรือ AI Value Chain ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสำหรับ Data Center ไปจนถึงแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ 4 เสาหลักธุรกิจ ที่เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พอร์ตพลังงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้าง EBITDA และกระแสเงินสดในระยะยาว ควบคู่กับเป้าหมายการลดคาร์บอน