BEM ยอมปรับลดค่าทางด่วนสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย แลกขยายสัญญา 22 ปี 5 เดือน

ผู้ชมทั้งหมด 217 

“สุริยะ” เผย BEM ยอมปรับลดค่าผ่านทางด่วนสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย แลกกับขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน 22 ปี 5 เดือน สิ้นสุดปี 2601 ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส-เป็นธรรม ตรวจสอบได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ลั่นไม่กระทบรายได้พนักงาน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้มอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไปเจรจากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานระบบทางด่วนขั้นที่ 1 เรื่องปรับลดอัตราค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) เหลือสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนนั้น ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า BEM จะปรับลดค่าผ่านทางให้เหลือสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย (จากเดิมที่มีค่าทางด่วนสูงสุด 85 – 90 บาท) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการใช้กับทางด่วนขั้นที่ 2 สายงามวงศ์วาน – พระราม 9 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร (กม.) เนื่องจากมีผู้ใช้ทางเป็นจำนวนมาก โดยมีเงื่อนไขแลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนเป็นเวลา 22 ปี 5 เดือน นับจากสัญญาเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2578 เลื่อนไปสิ้นสุดสัญญาในปี 2601

ขณะที่ BEM จะต้องรับภาระในการลงทุนก่อสร้างโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 สายงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน – พญาไท – พระราม 9 เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางพิเศษศรีรัช โดยทางด่วนสายนี้จะเป็นทางด่วนทับซ้อนแนวเส้นทางเดิม และไม่ต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม ขณะเดียวกันจะมีการลดส่วนแบ่งรายได้ระหว่าง กทพ.กับ BEM จากปัจจุบัน กทพ. 60 BEM 40 เหลือเป็น 50 ต่อ 50 เพื่อนำไปชดเชยให้กับผู้รับสัมปทานในส่วนของรายได้ที่หายไป ซึ่งเงื่อนไขทั้งหมดนี้ต้องมีการแก้ไขสัญญาสัมปทานใหม่

“ผมมั่นใจว่าภายในสิ้นปี 67 นี้ประชาชนจะได้จ่ายค่าทางด่วนในอัตราสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสายอย่างแน่นอน โดยขณะนี้กทพ.ได้จัดทำร่างแก้ไขสัญญาสัมปทานใหม่เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งร่างการแก้ไขสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ก่อนจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยเร็วที่สุด”นายสุริยะ กล่าว และว่า ตนไเด้เน้นย้ำกับกทพ.ว่า ทุกกระบวนการต้องดำเนินงานตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดมีความละเอียดรอบครอบ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้

สำหรับอัตราค่าทางด่วนใหม่หลังมีการแก้ไขสัญญาแล้วจะเริ่มต้นที่ 25 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50 บาท จากในปัจจุบันมีอัตราอยู่ที่ 25 – 90 บาท โดยจะมีการยกเลิกด่านประชาชื่น (ขาออก) และด่านอโศก (ขาออก) ซึ่งมีปริมาณรถหนาแน่น ซึ่งจากเดิมมีค่าผ่านทาง 25 บาท ทำให้เหลือ 0 บาท ส่วนด่านประชาชื่น (ขาเข้า) เดิมมีค่าผ่านทาง 65 บาท เหลือ 50 บาท ขณะที่ ด่านอโศก (ขาเข้า) เดิมมีค่าผ่านทาง 50 บาท เหลือ 25 บาท และด่านศรีนครินทร์ (ขาเข้า) จ่ายเงินทางขึ้น 25 บาท อย่างไรก็ตามหลังจากมีการปรับลดค่าผ่านทางลงแล้วไม่ได้หมายความว่าจะใช้อัตราค่าผ่านทางนี้ตลอดอายุสัญญา แต่กทพ. จะมีการประเมินทุกๆ 10 ปี เพื่อปรับให้สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ตามสถานการณ์ในขณะนั้น

ต่อข้อถามว่าการปรับลดอัตราค่าทางด่วนลงเหลือสูงสุดไม่เกิน 50 บาทแลกกับการขยายเวลาสัญญาสัมปทาน และลดส่วนแบ่งรายได้ระหว่าง กทพ.กับ BEM เหลือ 50 ต่อ 50 แม้ว่า BEM จะต้องลงทุนก่อสร้างDouble Deck ก็ตาม มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เรื่องการขยายเวลาสัมปทานสามารถอธิบายได้ เนื่องจากเป็นการคำนวณทางการเงิน และผลตอบแทนจากการลงทุน (Equity IRR) ตามหลักวิชาการ และความเป็นธรรม ขณะที่เอกชนก็ต้องลงทุนก่อสร้าง Double Deck เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่การจราจรติดขัดทุกวัน จึงยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนแต่อย่างใด และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้การก่อสร้างDouble Deck หากเริ่มดำเนินการ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา ประมาณ 4 ปี ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้

ส่วนกรณีที่ทำให้พนักงาน และลูกจ้างของ กทพ.มีความกังวลว่ารายได้ของ กทพ.ที่ลดลงจะกระทบต่อรายได้ของพนักงานนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า กทพ.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งตนก็เห็นใจพนักงานแต่ในที่สุดแล้วต้องมองว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร และสิ่งที่เป็นข้อตกลงกันก็ผ่านการกลั่นกลองจากผู้ว่ากทพ.แล้วว่าการลดส่วนแบ่งรายได้นั้นไม่ถือเป็นการเอาเปรียบ และองค์กรไม่ได้เสียหาย และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

นาบสุริยะ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของนโยบายให้ส่งเสริมให้มีการใช้งานบัตร Easy Pass แบบยกไม้กั้น เพื่อทำให้การจราจรคล่องตัว และเกิดความสะดวกกับผู้ใช้บริการ ซึ่ง BEM เป็นห่วงว่าผู้ใช้ทางจะไม่จ่ายค่าผ่านทางจะกระทบต่อรายได้ เรื่องนี้ได้ชี้แจงแล้วว่าสามารถฟ้องร้องกันได้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนระบบM-Flow ที่กรมทางหลวงดำเนินการใช้กับทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)ไปแล้วก็ทำต่อไปไม่ได้ยกเลิกอะไร