![]()
“บี.กริม เพาเวอร์” ลุยจัดทัพ 4 หน่วยธุรกิจ ขานรับโอกาสขยายการลงทุนภายใต้ แผน PDP2026 พร้อมมุ่งสู่ Energy Tech Company ชี้ช่วงที่เหลือของปี 69 ถึง ต้นปี70 ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องจากการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่อยู่ในแผน ทั้งเชื่อมไฟฟ้าให้กับลูกค้าได้ทันทีกว่า 250 เมกะวัตต์ เดินหน้าดีล AI และ Data Center Ecosystem บนที่ดินพร้อมไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร
ในเดือนกันยายน 2569 กระทรวงพลังงาน เตรียมเปิดตัวแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP 2026) ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 25 ปี (ถึงปี 2593) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แผนดังกล่าวตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างน้อย 60% ขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าครัวเรือนจาก 90 เมกะวัตต์ (MW) เป็น 500+500 MW, เปิดเสรี Direct PPA ให้ภาคอุตสาหกรรมซื้อขายไฟสะอาดผ่านโครงข่ายการไฟฟ้าได้โดยตรง และส่งเสริมพลังงานลมและชีวมวลเพื่อความมั่นคงด้านไฟฟ้า
รัฐบาล ยังเตรียมรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และ AI ซึ่งอาจพุ่งสูงถึง 30,000 MW ด้วยการกำหนดเงินมัดจำการจองไฟฟ้า อัตราค่าไฟสีเขียว UGT 2 ที่สะท้อนต้นทุนจริง และปรับโครงสร้างค่าไฟให้รัฐรับภาระบริการสาธารณะ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน เป็นต้น

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย เตรียมจัดทัพหน่วยธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อรองรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) พร้อมมุ่งหน้าสู่ความเป็น Energy Tech Company รวมถึงฉายภาพการลงทุนตามแผนสร้างรายได้ระยะสั้นที่บริษัทฯ สามารถรับรู้ได้ทันที ทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

กาง 4 หน่วยธุรกิจ รับโอกาส PDP
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ คาดว่าจะสูงถึงราว 77,374 เมกะวัตต์ ในกรณีสูง (High Case) ภายในปี 2593 โดยเฉพาะโครงการ Data Center ในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 3,000–4,000 เมกะวัตต์ ท่ามกลางร่างแผนPDP 2026 ที่คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในกลางเดือนกันยายนนี้
เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว บี.กริม เพาเวอร์ ได้ transform องค์กรอย่างเป็นระบบ จัดตั้ง 4 หน่วยธุรกิจหลักที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน ภายใต้เป้าหมายก้าวจากผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำ สู่การเป็น Energy Tech Company ที่ครบวงจร ดังนี้
•บี.กริม บียอนด์บริดจ์ หัวหอกธุรกิจดิจิทัล มุ่งสู่ Digital Infrastructure-as-a-Service (DIaaS) ต่อยอดจาก Smart Micro Grid ความยาวกว่า 216.76 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รองรับกลไก Third Party Access (TPA) ที่กำลังจะเกิดขึ้นตาม PDP 2026
•บี.กริม ไอเน็ต ร่วมทุนกับไอเน็ต ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industrial Estate เสริมความมั่นคงด้านข้อมูลและ Digital Sovereignty ของประเทศ
•ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ผู้พัฒนาและดำเนินการ Data Center ระดับ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่จังหวัดชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมเปิดดำเนินการบางส่วนปลายปี 2569 พร้อมตั้งเป้าขยายรวมเป็น 300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573
•พอร์ตพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ GreenLeap ตั้งเป้ากำลังผลิตตามสัญญา 10,000 เมกะวัตต์ สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2573 ครอบคลุมโครงการทั้งในไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น

เปิดแผนสร้างรายได้ระยะสั้นถึงต้นปี 2570
สำหรับทิศทางการลงทุนระยะสั้นของ BGRIM ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ไปจนถึงต้นปี 2570 ยังสามารถเร่งรับรู้รายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการลงทุนใหม่ ผ่านการขับเคลื่อนการลงทุนผ่านโครงการเหล่านี้ ได้แก่
•กำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่พร้อมเชื่อมต่อให้กับลูกค้าได้ทันที บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พร้อมเชื่อมต่อและรับรู้รายได้ได้ทันที รวมประมาณ 250 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและอ่างทอง
•ดีล Data Center Ecosystem ที่ดินพร้อมไฟ อยู่ระหว่างการเจรจาขายที่ดินพร้อมระบบไฟฟ้าให้ผู้พัฒนา Data Center ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมในนิคมอุตสาหกรรม
•โครงการ Nakwol 1 (เกาหลีใต้) โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 365 เมกะวัตต์ ที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 49% อยู่ในกลุ่มโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ หลังบริษัท B.Grimm Power Korea เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison Co., Ltd. สัดส่วนราว 85% (มูลค่า 32,000 ล้านวอน) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ
•Data Center ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม โครงการ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ ที่ชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมทยอยเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569
•โครงการ COD อื่นๆ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าระบบ ได้แก่ Zhongce Rubber โครงการโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาด 35 เมกะวัตต์ และ Huong Hoa 1 โครงการพลังงานลมบนฝั่งในเวียดนาม ขนาด 48 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นอีกรวมกำลังผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์
•โครงการ อินทรี บี.กริม โซล่าร์ เดินหน้ารับรายได้ต่อเนื่อง ขนาด 83.79 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และยังคงรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
•โครงการโซลาร์ลอยน้ำ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เริ่มรับรู้รายได้แล้ว โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเฟสแรกแล้วรวม 17 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
•โครงการโซลาร์ฟาร์ม Vista Alegre ที่ฟิลิปปินส์ บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) บริษัทย่อยที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (REPA) ขนาด 50 เมกะวัตต์ จากโครงการกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส กับ National Transmission Corporation (TransCo) ภายใต้โครงการ Green Energy Auction – 4 (GEA-4) ของกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์
จับมือพันธมิตรเตรียมพร้อมลงทุนเทคโนโลยีใหม่ SMR
นอกจากนี้ BGRIM ยังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน บนหลักคิด “อธิปไตยทางพลังงาน” (Energy Sovereignty) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว
“สำหรับหลายองค์กร แผนพลังงานชาติฉบับใหม่คือโจทย์ของการปรับตัว แต่สำหรับบี.กริม เพาเวอร์ มันคือคำอธิบายของเส้นทางที่เลือกเดินมาตลอด” นายนพเดช กล่าว
