EVAT ตั้ง ‘สุโรจน์ แสงสนิท’ นั่งนายกฯ ต่อวาระที่ 2

Loading

มติเอกฉันท์เลือก ‘สุโรจน์ แสงสนิท’ นั่งนายก EVAT ต่อวาระที่ 2 ปักธงไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน ลุยภารกิจแรกจัดงานใหญ่ iEVTech 2026 เชื่อมเทคโนโลยีโลกต้นเดือนกรกฎาคมนี้

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ประกาศผลการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยสมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายสุโรจน์ แสงสนิท ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยต่อเป็นวาระที่ 2 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งปี 2569-2571 EVAT มุ่งสานต่อภารกิจในการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า 2 ล้อ 4 ล้อ รถโดยสาร และรถเพื่อการพาณิชย์ พร้อมผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน

ความโดดเด่นของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่นี้ คือการรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิตยานยนต์ ผู้ประกอบการชิ้นส่วน ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เข้ามาร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ไทยอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะการเพิ่มบทบาทด้านการพัฒนาผู้ประกอบการชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทยให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน EV ยุคใหม่และแข่งขันได้ในระดับสากล

คณะกรรมการบริหารสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย วาระปี 2569-2571 ประกอบด้วยอุปนายกสมาคมฯ ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

  1. ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการ
  2. นายสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการผลิตยานยนต์
  3. นายสุทีป รัตนภาส อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
  4. นายอัษฎายุทธ รุธิรโก อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  5. นางสาวธมลวรรณ ชลประทิน อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการใช้และประชาสัมพันธ์

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ต่อเป็นวาระที่ 2 การทำงานในวาระนี้ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเดิม คือการทำงานเพื่อประเทศ เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แข่งขันได้ และเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน”

“EVAT จะทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันมาตรฐาน เทคโนโลยี การผลิต การพัฒนาชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก พร้อมดึงดูดการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”

นายสุโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของสมาคมฯ ในปีนี้ คือการจัดงาน The 11th International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition (iEVTech 2026) ระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นเวทีประชุมวิชาการและนิทรรศการด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของภูมิภาค โดยจะรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรม นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม EV แห่งอนาคต

“iEVTech 2026 จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน EV ของไทย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสใหม่ในการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนในอนาคต” นายสุโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยชุดใหม่อยู่ระหว่างจัดทำกรอบนโยบายและแผนการดำเนินงานสำหรับวาระปี 2569-2571 โดยมีกำหนดแถลงวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินงาน และนโยบายสำคัญของสมาคมฯ อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคม 2569