IRPC กางแผนลงทุน 5 ปี(ปี67-71) ระดับ13,888 ลบ. เพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น-ขยายธุรกิจใหม่

ผู้ชมทั้งหมด 911 

ไออาร์พีซี กางแผนลงทุน 5 ปี(ปี2567-2571) อยู่ที่ 13,888 ล้านบาท ยกระดับมาตรฐานน้ำมัน ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น พร้อมสร้างการเติบโตธุรกิจใหม่ ขณะที่ปีนี้ ตั้งงบ 6,000 ล้านบาท เน้นโครงการUCF เสร็จตามแผนCOD ไตรมาส1ปีนี้ เตรียมเพิ่มการขายดีเซลในประเทศหนุนมาร์จิ้น ลุยศึกษานำที่ดินร่วมลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่ม คาดปีนี้รับรู้กำไรบริษัทร่วมทุน “WHAIER” หลังมีลูกค้าแล้ว 70%

นางสาวเอธิตา อนันตธุรการ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงาน Oppday Year End 2023 IRPC วันที่ 23 ก.พ.2567 โดยระบุว่า บริษัท ได้ตั้งงบลงทุนตามแผน 5 ปี (ปี2567-2571) อยู่ที่ 13,888 ล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในปี 2567 ที่ตั้งไว้ 6,006 ล้านบาท เพื่อเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF) ให้สามารถเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์(COD) ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ตามแผน และช่วงปี 2570 ตั้งไว้ที่ 3,262 ล้านบาท ปี2571 ตั้งไว้ที่ 2,329 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมันตามกำหนด 5 ปี รวมถึงลงทุนในโครงการต่างๆที่ได้รับการอนุมัติแล้ว เป็นต้น

โดยแผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ เพื่อรับมือจากผลกระทบธุรกิจปิโตรเคมีที่เข้าสู่ช่วงขาลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น บริษัท จะเน้นปรับปรุงต้นทุนการผลิต พร้อมกับลดรายจ่ายลง ซึ่งจะนำปัจจัยบวกจากธุรกิจปิโตรเลียมเข้ามาช่วงสนับสนุน โดยการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ต้นทุนต่ำเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงในปีนี้ มีแยกการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีออกจากกันให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดผลกระทบจากราคาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

สำหรับโครงการ UCF ที่ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว และจะCOD ในไตรมาส1 นั้น จะทำให้บริษัท มีการผลิตน้ำมันดีเซล ที่เป็นมาตรฐานยูโร5 ออกมามากขึ้น บริษัทจึงเตรียมที่จะเพิ่มสัดส่วนการขายดีเซลในประเทศให้มากขึ้นจากเดิมที่ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศCLMV ซึ่งปัจจุบัน ได้ทยอยทำสัญญาซื้อขายน้ำมันกับผู้ค้า มาตรา 7 ในประเทศแล้ว และจะช่วยหนุนมาร์จิ้นจากการขายให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น

รวมถึงในส่วนของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี บริษัทได้ศึกษาตลาดส่งออกใหม่ๆเพิ่มเติมจากเดิมที่เน้นตลาดจีน เพื่อลดผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดจีน โดยขณะนี้ บริษัทสนใจการเข้าไปทำตลาดในอินเดีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต มีจำนวนประชากรมาก คาดว่าจะมีความชัดเจนในอนาคต ตลอดจน การเพิ่มมาร์จิ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการขายเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ (Specialty) จากกว่า 10% ในปี 2566 เป็น 52% ในปี 2568

ขณะที่ โครงการนิคมอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHAIER) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไออาร์พีซี และบริษัทดับบลิวเอชเออินดัสเตรียลดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 40 และ WHAID ถือหุ้นร้อยละ 60 เพื่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้พร้อมรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาแล้ว 70% คาดปีนี้ จะสามารถรับรู้กำไรได้เต็มที่ หลังจากเปิดการลงทุนในเฟสแรกไปแล้ว และยังเตรียมขยายการลงทุนในเฟสต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ไปสู่การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลและที่พักเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness) ร่วมกับโรงพยาบาลบางปะกอกและโรงพยาบาลปิยะเวท ศึกษาการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลและที่พักเพื่อสุขภาพ ในพื้นที่ศักยภาพของบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง และจังหวัดใกล้เคียง