IRPC ลุ้น Q2/69 มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจาก Q1/69  

Loading

IRPC เกาะติดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หวั่นไตรมาส 2/69 ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน พร้อมลุ้นสเปรดและมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/69 คาดราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง 80- 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลั่นเดินหน้าการลงทุนตามแผน 5 ปี (2569-2573) วงเงิน 10,380 ล้านบาท

นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) เปิดเผยในงาน IRPC: Earnings Call (OPPDAY) Q1/2026 วันที่ 25 พ.ค.2569 โดยระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 ปี2569 คาดว่า จะได้รับปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับน้ำมันดิบ(สเปรด) ที่มีโอกาสปรับสูงขึ้นจากไตรมาส 1 ปี2569 จากสถานการณ์ความเสี่ยงของช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อุปทานปิโตรเคมีตึงตัวทั้งตลาดในภูมิภาคและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้สเปรดปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น อาจส่งผลให้ต้นทุนและราคาปิโตรเคมีสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าและกำลังซื้ออ่อนตัวลงบาง แต่โดยภาพรวมแล้วคาดว่า สเปรดในไตรมาส 2 จะยังอยู่ในระดับสูง และมาร์จิ้นในไตรมาสที่ 2 จะยังสูงขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมันดิบ ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่าจะคลี่คลายได้ในระดับใด ซึ่งหากคลี่คลายลงได้ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง แต่ราคายังอยู่ในระดับสูงที่ 80 -100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบจากสงคราม และต้องใช้เวลากว่าจะสามารถกลับมาผลิตน้ำมันดิบได้ในระดับก่อนเกิดสงคราม แต่หากสงครามยังยืดเยื้อก็มีโอกาสที่น้ำมันดิบจะยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้บริหารจัดการความมั่นคงในการจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าสำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ ได้แล้วในระดับ 70% และยังคงมองหาซัพพลายน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีเวลดำเนินการอีก 2-3 เดือนในการจัดหาน้ำมันดิบที่เหมาะสมกับการผลิตของบริษัท โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัท ได้จัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเฉลี่ย 70-72%  แต่ ณ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลดลงเหลือ 64% โดยบริษัทเร่งจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย สหรัฐฯ และแอฟริกาใต้ พร้อมปรับแผนการผลิตให้เหมาะสม ซึ่งในเดือนเมษายน-พฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 95%

“หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อก็มีผลกระทบต่อบริษัทในหลายมุม เช่น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบน้ำมันดิบของบริษัทปรับสูงขึ้น และในมุมของสเปรดอาจทยอยปรับตัวลดลงได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันทิศทางราคาน้ำมันที่เริ่มอ่อนตัวลงจากช่วงที่สงครามเริ่มต้นก็มีความเสี่ยงจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) รวมถึงยังต้องจับตานโยบายรัฐในอนาคตว่าจะเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใด”

นอกจากนี้ IRPC ร่วมกับ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เช่น การให้บริการถังเก็บผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดรายได้ที่รวดเร็ว และพยายามแสวงหาลูกค้าภายนอกเข้ามาใช้บริการถังเก็บฯของ IRPC เพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบจากตะวันออกกลางในปัจจุบัน ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับบริษัท และ PTT Tank ในการหาลูกค้าใหม่ๆเข้ามา  

ส่วนการดำเนินกลยุทธ์ โดยการแปลงสินทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐาน (Asset Monetization) ด้านอื่นๆ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษา อย่างเช่นการที่บริษัทมีที่ดินจำนวนมาก เช่น ในเขตประกอบการใน จ.ระยอง และพื้นที่อื่นๆ อย่างที่ดินในเขตประกอบการ บริษัทพยายามแสวงหาพันธมิตรเข้ามาลงทุนในเขตประกอบการของ IRPC นอกเหนือจากการเข้ามาซื้อ/เช่าที่ดินแล้ว บริษัทก็ยังสามารถให้บริการสาธารณูปโภคให้กับพันธมิตรและนักลงทุนรายใหม่ๆด้วย ซึ่งก็เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัท

ส่วนที่ดินนอกเขตประกอบการ ใน จ.สงขลา อ.จะนะ นั้น ปัจจุบัน อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มร่วมกับ บริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด (IRPC-CP) คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ และผลกำไรให้กับ IRPC ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัท ยังคงขับเคลื่อนธุรกิจตาม กลยุทธ์ 3s และ 4R ที่เป็นแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจและรับมือความผันผวนในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี โดยในส่วนของ กลุยุทธ์ 3S ประกอบด้วย Strike the target: มุ่งสู่เป้าหมายทางธุรกิจและการเงินเพื่อรับมือกับความท้าทาย Stretch the core: ยึดแกนกลางและต่อยอดความเชี่ยวชาญจากธุรกิจปัจจุบัน (เช่น ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ Sustain long-term growth: การรักษาการเติบโตในระยะยาวและขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ส่วนกลยุทธ์ 4R ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก

Recapitalize (สร้างทุน): เสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน บริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดรายได้สูงสุด และปรับโครงสร้างการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน

Reframe (สร้างคน): พัฒนาศักยภาพบุคลากร ปรับโครงสร้างองค์กร และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจใหม่

Revitalize (สร้างพลัง): ยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจหลัก เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดต้นทุน และปรับพอร์ตโดยเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชนิดพิเศษ (Specialty Products)

Reinvent (สร้างอนาคต): ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจปลายทาง (Downstream) และธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับ IRPC จากผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร

อย่างไรก็ตาม IRPC ได้ตั้งงบลงทุนช่วง 5 ปี (ปี2569 -2573) อยู่ที่ 10,380 ล้านบาท