ORรุกธุรกิจค้าปลีกนอกปั๊มปั้นต้นแบบOR Space2แห่งในปีนี้

ผู้ชมทั้งหมด 1,151 

OR รุกธุรกิจค้าปลีกนอกปั๊ม เล็งดึงจิฟฟี่ปั้นเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ในรูปแบบ OR Space ปลายปีนี้เห็นต้นแบบอย่างน้อย 1-2 แห่ง ขณะที่ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังคาดใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกลุ้นไตรมาส4/64สถานการณ์โควิดคลี่คลาย

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจค้าปลีกออกนอกสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ภายใต้รูปแบบ (โมเดล) OR Space ก็จะมีการให้บริการเกี่ยวกับกลุ่มสิ้นค้านอนออยล์ (NON-OIL) เป็นหลัก ประมาณ 3-4 แบรนด์ แล้วอาจจะมีการให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ ซึ่งการลงทุนธุรกิจค้าปลีกนอกสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เป็นการใช้เงินลงทุนที่ไม่มาก แต่ให้ผลตอบแทนได้เร็ว ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นต้นแบบอย่างน้อย 1-2 แห่งภายปลายปีนี้

โดยการลงทุนธุรกิจค้าปลีกนอกสถานีบริการน้ำมันรูปแบบ OR Space นั้นจะเป็นในลักษณะคอมมูนิตี้มอลล์ จะใช้พื้นที่มีอยู่ที่ไม่เหมาะกับการลงทุนสถานีบริการน้ำมันมาพัฒนาเป็น OR Space ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่สนใจหลายรายเสนอเข้ามาว่าอยากลงทุนในรูปแบบ OR Space นอกจากนี้แล้วก็มีโอกาสที่จะนำเอาร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (Jiffy) ออกมาเปิดนอกสถานีบริการน้ำมันด้วย โดยการขยายนอกสถานีบริการน้ำมันไม่มีข้อจำกัดเพราะเงื่อนไขในสัญญากับ CP ALL ยังเปิดกว้างให้ OR สามารถขยายไปยังนอกสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ได้ จากปัจจุบันนั้นมี จิฟฟี่อยู่ 150 สาขา

ส่วนการลงทุนในธุรกิจ EV นอกจากลงทุนขยาย EV Charger แล้วภายใต้การดำเนินของกลุ่มปตท. ที่ได้ร่วมทุนกับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (Hon Hai Precision Industry Co., Ltd.) หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ กรุ๊ป (Foxconn Technology Group) แล้ว OR ยังมีโอกาสเปิดพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station โดยเฉพาะดีลเลอร์ของ OR หลายรายมีพื้นที่ที่สามารถเปิดเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มปตท.ได้

นอกจากนี้แล้ว OR ยังได้เตรียมความพร้อมในธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ FIT Auto โดยให้ทีม FIT Auto ไปเรียนรู้ในการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า โดยได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน FIT Auto ก็มีเพิ่มบริการสั่งอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ทางช่องทางออนไลน์ด้วยเป็นลักษณะออนไลน์ไปยังออฟไลน์ (O2O)  

ทิศทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง

นางสาวจิราพร กล่าวถึงทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 ว่า คาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 จะมีรายได้จะใกล้เคียงกับช่วงครึ่งแรก 2564 โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ใกล้เคียงกับในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ที่เฉลี่ยอยู่ในระดับ 63.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนภาพยอดขายน้ำมันนั้นเฉลี่ยที่ระดับ 800 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกนั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวทำให้ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 ต้องลุ้นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้คลี่คลาย โดยทางรัฐบาลประเมินว่าในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนจะเป็นช่วงที่พีคมีการติดเชื้อสูงสุด แล้วจะเริ่มลดลงในช่วงเดือนตุลาคมนี้ หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงานของ OR

ส่วนภาพรวมยอดขายน้ำมันทั้งการขายผ่านสถานีบริการน้ำมัน และตลาดพาณิชย์ในปี 2564 อาจจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มียอดขายน้ำมันที่ 24,400 ล้านลิตร จากผลกระทบของโควิด-19 ที่มีระยะเวลานานและรุนแรงกว่าเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังมั่นใจว่าภาพรวมผลประกอบการของบริษัทยังเป็นไปตามเป้า

สำหรับแผนขยายการลงทุนของบริษัทในปีนี้อาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย โดยขยายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในปี 2564 ได้ปรับเป้าลดลงเหลือ 95 สาขา จากเป้าหมายเดิม 110 สาขา ส่วนต่างประเทศ จะขยาย 45 สาขา จากเป้าเดิม 52 สาขา ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่การขยายสาขาร้านคาแฟ่ อเมซอนยังเป็นไปตามเป้า โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งในและต่างประเทศรวม 2,367 สาขา และร้านคาเฟ่ อเมซอน รวม 3,729 สาขา

นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งมั่นขยายการเติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อเข้าร่วมทุน การเข้าซื้อกิจการ(M&A) ที่อยู่ระหว่างการเจรจามากกว่า 10 ราย ซึ่งเป็นไปตามแผนลงทุน 5 ปี (ปี 2564-2568) ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 7.4 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้สำหรับโครงการลงทุนตามแผน รวมถึงการร่วมทุน การเข้าซื้อกิจการในอนาคต

อย่างไรตามบริษัทยืนยันว่าฐานะทางการเงินของ OR ยังแข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง หรือปัญหาเงินลงทุนในอนาคต ดังนั้นในระยะสั้น ยังไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้ แต่บริษัทได้เริ่มศึกษาด้านการออกหุ้นกู้ เครดิตเรทติ้งในรูปแบบต่างๆไว้บ้างแล้ว