OR หวัง ธุรกิจ “Mobility-Lifestyle” หนุนผลประกอบการปี 2569

Loading

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง “สหรัฐฯกับอิสราเวล” และ “อิหร่าน” ที่ยังยืดเยื้อ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของไทย ที่มีส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์) เบอร์ 1 สัดส่วน 41.6 % (ณ 31 มี.ค.2569) ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีผลต่อทิศทางดำเนินธุรกิจในปี 2569

โดยจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โลก ปี2569 จะอยู่ที่ 3.1% ลดลงจากปี 2568 อยู่ที่ระดับ 3.4% ใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ GDP ไทย ทางสำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดว่า ปี2569 จะอยู่ที่ 1.5% ลดลงจากปี2568 อยู่ที่ 2.4% แม้ว่าตัวเลขคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี2569 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม OR คาดหวังว่า นโยบายของไทยช่วยไทยของรัฐบาล น่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจในประเทศได้ ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันดิบปีนี้ ยังมีความผัวผวนสูง โดยประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ จะอยู่ในกรอบ 62-104  ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล จากปี 2568 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 69.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ที่ 31.5-33 บาทต่อดอลลาร์ฯ

นางวิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริการด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวในงาน OR: Earnings Call (OPPDAY) Q1/2026 โดยระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปี 2569 มองว่า ช่วงไตรมาส 2 จะเป็นตาลฤดูกาล (seasonal) ที่ย่อตัวลง เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของปี ขณะที่ทั้งปี 2569 ประเมินว่าในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่เป็นพอร์ตลงทุนขนาดใหญ่ของ OR ยังเติบโตได้ทั้งตลาดค้าปลีก และตลาดเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าอัตรากำไรต่อลิตรจะอยู่ในระดับ (บวก-ลบ) 1 บาทต่อลิตร

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังมีทิศทางที่ดี ทั้งในส่วนของคาเฟ่อเมซอน และร้านสะดวกซื้อ ยังเติบโตต่อเนื่อง ตามจำนวนสาขาและผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นและอาจส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัวลง แต่จากการออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อของ OR ก็ยังจูงใจผู้บริโภค ทำให้คาดว่า EBITDA Margin ทั้งปี 2569 จะอยู่ในกรอบ 28-30%

ด้านธุรกิจ EV ยังเดินหน้าขยายระบบเครือข่าย (Network) ทั่วประเทศ และสถานีชาร์จ EV Station PluZ พบว่า มี Utilization Rate ดีขึ้น เริ่มถึงจุดคุ้มทุนและมีมาร์จิ้นบ้าง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สถานีชาร์จ EV ยังเป็นพอร์ตการลงทุนขนาดเล็กของ OR แต่หากดูจากแนวโน้มการใช้พลังงานทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จะเห็นว่า อัตราการใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอยู่ในระดับทรงตัวหรือลดลง ขณะที่มาร์เก็ตแชร์ของรถ EV เติบโตขึ้น OR จึงมีการลงทุนพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของรถEV ในอนาคต

ขณะที่ธุรกิจ Global ยังมองโอกาสขยายการลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยมองในแถบเอเชีย ซึ่งก็มีการลงทุนต่อเนื่องในส่วนของแฟรนไชส์คาเฟ่อเมซอน ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 10 ประเทศที่ได้ให้สิทธิ์ในการลงทุนไป

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนในกัมพูชา หลังจากเกิดปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ทางOR ได้ชะลอแผนการลงทุนลงตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และปัจจุบันยังคงรักษาธุรกิจให้อยู่ได้ ซึ่งผลประกอบการธุรกิจในกัมพูชา จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)ลงลง แต่ภาพรวมแล้วจะไม่มีผลกระทบต่อ OR มากนัก เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนไม่มาก

“ปัจจุบัน OR ยังไม่มีแผนที่จะนำบริษัทลูกเข้าเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพิ่มเติม”

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ 31 มี.ค. ปี 2569 OR มีสถานีบริการ PTT Station ทั้งสิ้น 2,737 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศไทยกว่า  2,400 แห่ง ในต่างประเทศกว่า 300 แห่ง มีร้านคาเฟ่ อเมซอน อยู่ที่ 5,042 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศไทย 4,750 แห่ง ในต่างประเทศ 292 แห่ง มีสถานีชาร์จ EV Station PluZ จำนวน 1,361 แห่ง หรือ ติดตั้ง 3,021 หัวชาร์จ(DC) ครอบคลุม 77 จังหวัด และมีร้าน Convenience Store จำนวน 2,455 สาขา โดย ณ 31 มี.ค.2569 OR มีกระแสเงินสด อยู่ที่ระดับ 43,547 ล้านบาท

ขณะที่แผนการลงทุน 5 ปี (2569-2573) อยู่ที่ 57,977.6 ล้านบาท แบ่งตามกลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้ ธุรกิจ Mobility จำนวน 37,813.3 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 65.2%, ธุรกิจ Lifestyle จำนวน 9,746.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16.8%, ธุรกิจ Global จำนวน 6,969.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12% และธุรกิจ Innovation & New Business จำนวน 3,448.6 ล้านบาท คิดเป็น 6%

นอกจากนี้ OR ยังได้จัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีข้างหน้าอีกจำนวน 10,260.9 ล้านบาท โดยหลักเพื่อการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ ทั้งในและต่างประเทศให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ OR