PTG ทุ่ม 825 ล้าน ซื้อหุ้น “ไพศาล แคปปิตอล” เตรียมอีก 5-6 พันล้าน เล็งปิดดีลพลังงานสะอาด

ผู้ชมทั้งหมด 450 

PTG ทุ่ม 825 ล้านบาท ซื้อหุ้น “ไพศาล แคปปิตอล” เปิดมิติใหม่ รุกขยายธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองอัพฐานลูกค้า ยกระดับบริการแบบครบจร หนุนรายได้โตแกร่ง ส่วนปีนี้ทุ่มงบกว่า 5-6 พันล้านบาท ขยายปั้ม ธุร เล็งปิดดีลธุรกิจพลังงานสะอาดในไตรมาส 1/67

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด จำนวน 50,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 33.33  ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไพศาล มูลค่าลงทุน 825 ล้านบาท  เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง โดยคาดว่าขบวนการซื้อหุ้นจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรับรู้เป็นรายได้ทันที่ และคาดว่าจะใช้เวลาในการคืนทุนประมาณ 3 ปี

สำหรับการร่วมมือกับ บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ที่นำไปสู่การดำเนินธุรกิจสินเชื่อ โดยการเข้าซื้อหุ้นของไพศาลมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเติบโต สร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน และต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ของบริษัทฯ เพื่อขยายความหลากหลายของบริการให้ลูกค้าอยู่ดีมีสุข

“บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญในการขยายช่องทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจหลักในอนาคตได้โดยมีความตั้งใจจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางใหม่สำหรับลูกค้าซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ถือบัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 20 ล้านสมาชิกได้เข้าถึงบริการที่มี ศักยภาพ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจและแบรนด์ PTG ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” นายพิทักษ์ กล่าว

ด้าน นายสุกฤษฏิ์ เหรียญภิญญวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ PTG ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกันกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการร่วมสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งไปพร้อมกันๆ ทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง  ที่สำคัญช่วยเพิ่มพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น  โดยบริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพของ PTG  ที่มีความต้องการขยายธุรกิจและสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักในตลาด จึงเชื่อมั่นว่า PTG  จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน

บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง สินเชื่อเพื่อหมุนเวียนธุรกิจ และสินเชื่อ Refinance ดำเนินธุรกิจมา 21 ปี มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการสินเชื่อในระดับประเทศและภูมิภาค และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ หรือแหล่งเงินกู้ ภายใต้วิสัยทัศน์เป็นแบรนด์ที่มั่นคง ดำเนินกิจการอย่างมีจรรยาบรรณ จริงใจและมีความน่าเชื่อถือ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แก่ผู้บริโภค โดยบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของสังคมไทยด้วยการให้ความคล่องตัวทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ

ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาจำนวนทั้งสิ้น 9 สาขา ครอบคลุมเกือบทุกภาคของประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี และมีแผนจะขยายอีก 2 สาขาที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มลูกค้าบุคคลที่ใช้รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ณ สิ้นปี 2566 บริษัทฯ มีพอร์ตลูกหนี้เช่าซื้อกว่า 2,600 ล้านบาท  ทั้งนี้จากความร่วมมือกับ PTG นั้นคาดว่าใน 3 ปีจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% ภายในปีนี้ จากปี 2566 มียอดสินเชื่อราว 2,700 ล้านบาท

พร้อมกันในนปี 2567 บริษัทฯ ยังมีแผนจะขยายกลุ่มลูกค้ารถบรรทุกเพิ่มขึ้น จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เป็นรถบรรทุกมือสองที่มีอายุมากกว่า 15 ปี ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจสินเชื่อคาดว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากว่าตลาดในปัจจุบันรถบรรทุกกว่า 8 แสนคัน แบ่งรถบรรทุกมือสองราว 4 แสนคัน นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดจะได้ข้อสรุปกลางปีนี้

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG กล่าวถึงแผนการลงทุนในปี 2567 ว่า บริษัทฯ คาดว่า จะใช้งบลงทุนราว 5,000 – 6,000 ล้านบาท โดยจะใช้ลงทุนในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันหรือสถานีบริการน้ำมันราว 1,500 ล้านบาท ซึ่งในปี 2567 บริษัทฯ มีเป้าหหมายขยายสถานีบริการน้ำมันอีก 30-50 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,200 แห่ง ซึ่งการขยายสถานีบริการน้ำมันนั้นจะเน้นการเข้าไปเช่าสถานีบริการยี่ห้ออื่นแล้วเข้าไปปรับปรุงเป็นยี่ห้อของ PTG พร้อมกันนี้การลงทุนในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังได้เน้นลงทุนปรับปรุงขนาดสถานีบริการน้ำมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมีบริการครบวงจร

ส่วนงบลงทุนอีกประมาณ 1,500 – 2,000 ล้านบาท สำหรับขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยในปี 2567 เพิ่มเป็น 1,500 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 900 สาขา ส่วนงบที่เหลือขยายลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เพื่อต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยในไตรมาส 1/2567 คาดว่าจะเห็นการปิดดีลเข้าซื้อหุ้นธุรกิจด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นการต่อยอดการเติบโตของบรัทฯ ในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

นายรังสรรค์ กล่าวถึงยอดจำหน่ายน้ำมันในปี 2567 ว่า บริษัทตั้งเป้ามียอดขายน้ำมันเติบโต 10-12% หรือประมาณ 6,600 – 6,700 ล้านลิตร จากปี 2566 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายน้ำมันราว 6,000 ล้านลิตร ส่วนกำไรขั้นต้นของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 25% จากปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 20% ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในปี 2566 คาดหวังว่าจะแตะระดับ 20% จากปี 2565 มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 17 – 18% และในปี 2567 คาดหวังว่าจะมีมาร์เก็บแชร์เติบโตเกิน 20%