PTTEPครึ่งปีแรก64โกยกำไร1.86หมื่นล้าน

ผู้ชมทั้งหมด 660 

PTTEP ครึ่งปีแรก 64 โกยกำไร 18,673 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น ย้ำเตรียมแผนรองรับเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณล่าช้า จัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นทดแทน

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 3,546 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่า 109,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปี 2563

โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่  413,168 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการซื้อสัดส่วนการลงทุนในแปลง 61 ประเทศโอมาน ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2564 รวมทั้งการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย – แปลงเอช ประกอบกับผู้ซื้อก๊าซฯ ได้เรียกรับก๊าซธรรมชาติจากโครงการในอ่าวไทยเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็น 41.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 40.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รวมภาษีเงินได้) ในครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 2,953 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 91,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยปัจจัยหลักมาจากภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 นั้นมีต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลดลงมาอยู่ที่ 27.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 นั้นอยู่ในระดับ 30.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Expand ที่ขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ

ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก 2564 อยู่ที่ 598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ เทียบเท่า 18,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 409 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ เทียบเท่า 12,935 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา ในระดับร้อยละ 75 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2564 นั้น ปตท.สผ. มีรายได้รวม 1,768 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า 55,624 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 222 ล้านดอลลาร์สหรัฐเทียบเท่า 7,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

อนุมัติจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้น   

ทั้งนี้จากผลประกอบการดังกล่าว มติคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 อนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2564 ที่ 2 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อรับสิทธิในการรับเงินปันผลวันที่ 13 สิงหาคม 2564 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 สิงหาคม 2564

ปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณการขายอีกครั้ง

นายพงศธร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Execute and Expand ได้อย่างชัดเจน โดยการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการโอมาน แปลง 61 ซึ่งเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คาด และยังสามารถผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติได้เต็มกำลังการผลิตที่ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมถึงการเร่งการผลิตก๊าซฯ ในโครงการมาเลเซีย – แปลงเอช ทำให้ปริมาณการขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีกด้วย  ปตท.สผ.จึงปรับเพิ่มเป้าปริมาณขายสำหรับปี 2564 อีกครั้ง เป็น 412,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 405,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ที่เคยได้ประกาศไปในไตรมาส 1/264

ส่วนด้านการสำรวจจากการที่ ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการเจาะหลุมสำรวจ ค้นพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลุมโดกง-1 หลุมซีรุง-1 หลุมกุลินตัง-1 รวมทั้งการค้นพบแหล่งลัง เลอบาห์ ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยสำรวจพบ โดย ปตท.สผ. มีแผนจะเร่งการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเหล่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มปริมาณสำรองให้กับบริษัทต่อไปในระยะยาว

เตรียมแผนการรองรับแม้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้

นายพงศธร กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งแผนงานหลักที่ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนผ่านสิทธิการเข้าเป็นผู้ดำเนินการของแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) ซึ่งขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ จึงส่งผลให้การดำเนินงานต่าง ๆ ล่าช้าจากกำหนดไปค่อนข้างมาก และถึงแม้จะได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ได้ในช่วงเวลานี้ การผลิตก๊าซฯ ในปี 2565 ให้ได้ตามเงื่อนไขสัญญาแบ่งปันผลผลิตจะเป็นไปได้ยาก

อย่างไรก็ตามบริษัทได้เตรียมแผนงานและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมหากสามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ ปตท.สผ. สามารถทำได้ รวมทั้งได้เตรียมแผนรองรับเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศ โดยจะจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆ ในอ่าวไทยมาทดแทนในบางส่วน