SCG อัดงบ 4 หมื่นล้าน เดินหน้าลงทุนตามกลยุทธ์ผ่าน 4 เครื่องยนต์

ผู้ชมทั้งหมด 1,181 

SCG อัดงบ 4 หมื่นล้าน เดินหน้าลงทุนตามกลยุทธ์ผ่าน 4 เครื่องยนต์ ขยายการลงทุนนวัตกรรมรักษ์โลก มุ่งสู่ Net Zero สร้างการเติบโตมีกำไรอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 67 โต 20%     

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า การดำเนินธุรกิจของ SCG ในช่วงระยะเวลา 5-10 ปีจากนี้ไปก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นที่จะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด – 19 สงครามระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และล่าสุดสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส SCG ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะอยู่กับความไม่แน่นอนให้ได้

ขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) แต่การดำเนินการลงทุนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต้องดำเนินควบไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีกำไร ซึ่งในแต่ธุรกิจของ SCG ก็จะดำเนินการลงทุนพัฒนานผลิตภัณฑ์ที่ลดการปล่อย Co2 มุ่งสร้างสังคม Net Zero ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับการเติบโตแบบยั่งยืนนั้น SCG มีการลงทุนด้านนวัตกรรมกรีน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “Passion for Inclusive Green Growth” ผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก ประกอบด้วย 1.องค์กรคล่องตัว ยืดหยุ่น (Agile Organization) ทรานส์ฟอร์มโครงสร้าง สร้างความคล่องตัว ดันธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง เพื่อขยายขีดความสามารถของแต่ละธุรกิจให้พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างทันท่วงที และความผันผวนของสถานการณ์โลก ประกอบด้วยธุรกิจ “เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน” ธุรกิจวัสดุและโซลูชันก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง” ธุรกิจนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง และโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีกว่า “เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล” ธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยระดับอาเซียน “เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC” ผู้นำตลาดเคมีภัณฑ์ครบวงจรระดับภูมิภาค และ “เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่” ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร

โดยก่อนหน้านี้ได้ผลักดันธุรกิจในเอสซีจีที่มีศักยภาพสูง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปแล้วอย่าง บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ,บริษัทเอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดีโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่สุดในอาเซียน และบริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ผู้นำธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรระดับอาเซียน นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างการเติบโตด้วยการลงทุน (Investment & Holding) รวมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล (Deep Technology & Digital)

2.นวัตกรรมกรีน (Green Innovations) เร่งพัฒนานวัตกรรม โซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นที่ต้องการสูงของตลาดโลก ให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างสังคม Net Zero เช่น นวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำ สมาร์ทโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัย พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ พลังงานสะอาดครบวงจร พร้อมขยายเข้าสู่อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยระดับโลกเพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยตั้งเป้ารายได้จากนวัตกรรมรักษ์โลก SCG Green Choice อยู่ที่ 67% จากยอดขายทั้งหมด ภายในปี 2573 พร้อมทั้งพัฒนากระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593

3.องค์กรแห่งโอกาส สร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ (Organization of Possibilities) เปิดโอกาสให้พนักงานปล่อยแสงสร้างสรรค์นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ๆ ผ่านโครงการสตาร์ทอัพในเอสซีจี อาทิ พัฒนาแพลตฟอร์มสั่งซื้อสินค้าออนไลน์  Prompt Plus ยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนและสต๊อกสินค้าให้แก่ร้านค้ารายย่อยกว่า 10,000 รายในเครือข่ายเอสซีจี การบ่มเพาะสตาร์ทอัพในโครงการ ZERO TO ONE by SCG สร้างโอกาสให้พนักงานก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ ปั้นธุรกิจศักยภาพสูงมากมาย เป็นต้น

4.ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Inclusive Society) ชวนทุกคนในห่วงโซ่คุณค่า (Supply Chain) เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปพร้อมกัน ด้วยการผลักดัน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย” เพื่อเรียนรู้ปัจจัยความสำเร็จ ข้อจำกัดในการเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และส่งเสริม “การเกษตรคาร์บอนต่ำ” เช่น การทำนาเปียกสลับแห้งและการปลูกพืชพลังงานอย่างหญ้าเนเปียร์ เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน พร้อมทั้งสร้างเครือข่าย “Big Brothers for SMEs” ใน จ.สระบุรี เพื่อส่งต่อความรู้ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ทั้งด้านพลังงานสะอาด นวัตกรรมรักษ์โลก การหาแหล่งเงินทุน ตลอดจน “พัฒนาทักษะอาชีพที่ตลาดต้องการ” 50,000 คน ในปี 2573

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ภาพรวมรายได้ในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตราว 20% จากปี 2566 มีรายได้รวม499,646 ล้านบาท เนื่องจากโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals) หรือ LSP ที่ประเทศเวียดนามจะเดินเครื่องการผลิตได้ 100% และจะส่งผลให้รับรู้รายได้เต็มปี ซึ่งโครงการดังกล่าวมีคำสั่งซื้อเข้ามาเรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่จะรองรับในประเทศเวียดนาม ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยก็เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในกลุ่ม SCG ได้เป็นอย่างดี

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2567 กลุ่มเอสซีจีตั้งงบลงทุนไว้ 40,000 ล้านบาท เน้นลงทุนนวัตกรรมรักษ์โลก พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมถึงการลงทุนในธุรกิจหลักอย่างปิโตรเคมิคอล และการลงทุนตามนโยบายด้านนวัตกรรมกรีน (Green Growh) อาทิ โครงการเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) ,ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (Clean Energy) ,พลาสติดชีวภาพ (Green Polymer) และปูนคาร์บอนต่ำ (Gen 2-3) ซึ่งการลงทุนดังกล่าวถือว่าเป็นโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ในระยะกลางและระยะยาว