![]()
กกพ. เตรียมเปิดโซลาร์ภาคประชาชน มิ.ย. นี้ ส่วนโซลาร์ฟาร์มชุมชนรอทบทวนเกณฑ์การคัดเลือกผู้ผลิต พร้อมคุมเข้ม Direct PPA รองรับ Data Center กำหนดเพดาน 2,000 เมกะวัตต์ พร้อมเก็บหลักประกันการใช้โครงข่าย” ในอัตรา 4.5 ล้านบาท
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ว่า ปัจจุบันโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนอยู่ในขั้นตอนการทบทวนหลังจากได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว ขั้นตอนต่อไป กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) อยู่ระหว่างการเตรียมเรื่องเพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อีกครั้งเพื่อให้ฝ่ายนโยบายยืนยันแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน
ทั้งนี้จากการรับฟังความคิดเห็น มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 2 เรื่องหลักคือ 1.การแบ่งปันส่วนลดค่าไฟฟ้า ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าควรจะกระจายส่วนลดให้ทั่วถึงกันทั้งประเทศ หรือควรกระจายเฉพาะในชุมชนที่เป็นที่ตั้งของโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนเท่านั้น 2.เกณฑ์การคัดเลือกผู้ผลิต กำลังพิจารณาว่าควรใช้ระบบ “มาก่อนได้ก่อน” (First come, first served) หรือควรเพิ่มเงื่อนไขเชิงคุณภาพอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและมีความรอบคอบในการดำเนินงานมากขึ้น
ส่วนโครงการโซลาร์ภาคประชาชนนั้นในขณะนี้กกพ. อยู่ระหว่างการร่างหลักเกณฑ์และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งกระบวนการรับฟังความเห็นจะสิ้นสุดในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยตั้งเป้าที่จะประกาศเชิญชวนอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ตามกรอบเวลาเดิม
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ Direct PPA ว่า โครงการ Direct PPA ได้ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ขั้นตอนการวางหลักประกันการใช้โครงข่ายไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำลังเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยในระยะแรก กกพ.จะเปิดให้เฉพาะกลุ่ม Data Center เท่านั้น ยังไม่เปิดเป็นการทั่วไป โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ทั้งนี้เพื่อประเมินข้อดีข้อเสียและผลกระทบต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าก่อนจะขยายผลต่อไป
สำหรับการใช้โครงข่ายเอกชนจะต้องวางหลักประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าของภาครัฐกลายเป็นภาระแก่ประชาชนในอนาคต หากนักลงทุนยกเลิกโครงการ กกพ. จึงกำหนดให้ต้องมีการวาง “หลักประกันการใช้โครงข่าย” ในอัตรา 4.5 ล้านบาทต่อ 1 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่านักลงทุนจะใช้งานจริงตามที่แจ้งความต้องการไว้
ส่วนโครงการ UGT 2 หรือ Utility Green Tariff 2 คือ กลไกการคิดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Specified Sources) อัตราค่าไฟฟ้าจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.09 บาทต่อหน่วย โดยราคาอาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามความเหมาะสมของระดับแรงดันไฟฟ้า (High, Medium, Low Voltage) เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกภาคส่วน