“กระทรวงพลังงาน“  ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ตรวจเข้มมาตรฐานความปลอดภัย LNG และ LPG 

Loading

“กระทรวงพลังงาน“  ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัย LNG และ LPG หนุนพลังงานสะอาด เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทย

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วย นางสาวบุษยานาฏ นิลวงศ์ ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และนายณัฐพงศ์ ปิยวัณโณ ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานสถานประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) บริษัท ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด และสถานีบริการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี

นายฉัตรชัย เปิดเผยว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายของนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในการยกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ LNG และ LPG ในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง เป็นไปตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจุบันการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหม้อไอน้ำ เตาเผา และเตาหลอม รวมถึงภาคการขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถหัวลากที่ต้องการเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางระยะไกล ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานได้ออกใบอนุญาตสถานที่ใช้ LNG แล้ว 139 แห่ง และออกใบอนุญาตสถานีบริการ LNG 5 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ปทุมธานี ชลบุรี และสระบุรี ขณะที่ภาคเอกชนมีแผนลงทุนจัดตั้งสถานีบริการเพิ่มเติมอีก 11 แห่ง เพื่อรองรับเส้นทางขนส่งหลักของประเทศในอนาคต สะท้อนแนวโน้มการใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง

ในส่วนของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) กรมธุรกิจพลังงานได้ยกระดับการกำกับดูแลเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทที่ 1 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมขยายรูปแบบความร่วมมือดังกล่าวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

จังหวัดราชบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านก๊าซธรรมชาติของประเทศ เป็นศูนย์กลางการกระจายก๊าซธรรมชาติที่เชื่อมโยงระบบขนส่งและการกระจายเชื้อเพลิงสู่ภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่ภาคตะวันตก จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

การศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชม บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งนำ LNG มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ พร้อมใช้ระบบนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Waste Heat Recovery) และติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากนั้นเยี่ยมชม บริษัท ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วในเครือ BCG ซึ่งใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงหลักในกระบวนการหลอมแก้ว ก่อนปิดท้ายที่ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางกระจายก๊าซธรรมชาติไปยังภาคอุตสาหกรรมและสถานีบริการ NGV ในพื้นที่ภาคตะวันตก

“การใช้ LNG ในภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นการกำกับดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอน เป็นการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน” นายฉัตรชัย กล่าว