![]()
คมนาคม สั่งล้อมคอก “ส่วยกรมเจ้าท่า” ชี้ให้บริการประชาชนกว่า 2 แสนรายการ พร้อมนำเทคโนโลยีตัดวงจรทุจริต หากพบลงโทษไล่ออกสถานเดียว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และกลุ่ม “เพื่อนไม่ทน” เปิดเผยข้อมูลประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยพบว่าหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมรวมอยู่ด้วย 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมเจ้าท่า (จท) กรมทางหลวง (ทล)และกรมการขนส่งทางบก (ขบ)ว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานธุรการ หรือการบริหารงานในภาพรวม ดังนั้นหลักธรรมาภิบาลจึงต้องถูกยึดถือเป็นหลักสำคัญในการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังจากมีข่าวดังกล่าวออกมา จะเชิญอธิบดีหรือผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานที่อกี่ยวข้องที่ถูกพาดพิงเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลหรือมีข้อเท็จจริง ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกหน่วยงานเข้าชี้แจงเมื่อใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เพิ่งรับทราบข่าวในวันนี้ จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อน โดยจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และมีรายละเอียดข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานั้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดของการสำรวจด้วยว่า ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกก่อนว่าเป็นข้อมูลที่สะท้อนภาพรวมของหน่วยงานได้มากน้อยเพียงใด และต้องรอให้ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอเข้ามาก่อน จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ภายในกรมเจ้าท่า ว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ภายในกรมเจ้าท่าและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารระดับนโยบายยืนยันว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมได้กำชับให้การทำงานทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยในขณะนี้ตนได้ขอข้อมูล เพื่อตรวจสอบและหาที่มาที่ไปของข้อร้องเรียนดังกล่าว
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าจะประสานขอข้อมูลเชิงลึกจากสื่อมวลชนเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนเคสและรายละเอียดการกระทำผิด เนื่องจากกรมเจ้าท่ามีงานบริการประชาชนจำนวนมากถึง 200,000 รายการต่อปี และเกี่ยวข้องกับสมาคมต่างๆ กว่า 8 สมาคม จึงต้องระบุให้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนใด
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า สำหรับบทลงโทษหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริงก็จะดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี คือ “ไล่ออกสถานเดียว” ไม่มีข้อยกเว้นอย่างไรก็ตามเพื่อแก้ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในระยะยาว กรมเจ้าท่ามีแผนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นข้อร้องเรียนได้โดยตรง ทั้งนี้ปัจจุบันงานบริการของกรมกว่า 80-90% เช่น การจดทะเบียนเรือ และงานนำร่อง ได้ปรับมาใช้ระบบ e-payment และการยื่นคำร้องออนไลน์มาแล้วกว่า 2-3 ปี