คมนาคมอัดงบฯ 1,000 ล้าน เยียวยาผู้ประกอบการรถสาธารณะที่ได้รับผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

Loading

คมนาคม อัดงบฯ 1,000 ล้าน เดินหน้าเยียวยาผู้ประกอบการรถสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันพุ่ง เฟส 2 ลุยมาตรการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เฟส 2 คาดเปลี่ยนผ่านรถพลังงานน้ำมันสู่ EV ไตรมาส 4 ปีงบฯ 69

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งสาธารณะจากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายจากพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งอาจจะไม่ใช่เคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่แล้ว แต่โดยหลักการคงมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งส่าธารณะที่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถเนื่องจากครบกำหนดอายุการใช้งานแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการเอื้อผู้ประกอบการโดยตรง แต่เรามองเห็นปัญหาว่าเมื่อผู้ประกอบการถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนรถจะประสบปัญหาเรื่องเงินทุน จึงยังเห็นรถที่เสื่อมสภาพหรือไม่มีคุณภาพแล้ววิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนมาก ทั้งนี้รูปแบบการให้ความช่วยเหลือนั้นอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลัง คาดว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามในช่วงที่นโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งของภาครัฐยังไม่ได้ข้อสรุป เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) จะดำเนินมาตรการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต ”ในระยะ(เฟส)ที่ 2 เพื่อช่วยบรรเทาบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานให้กับผู้ประกอบการและคนขับรถโดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนกับขบ.ครอบคลุม รถโดยสาร รถบรรทุก แท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง หลังจากที่การดำเนินงานในเฟสที่ 1 ได้รับฟีดแบคที่ดี เพราะแม้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 40% แต่ดัชนีค่าขนส่งปรับขึ้นไม่ถึง 10% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบาย“DLT พร้อมซัปพอร์ต ที่ทำให้ค่าโลจิสติกส์ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ  

ทั้งนี้ “DLT พร้อมซัปพอร์ต “เฟส 2 นี้จะพิจารณาขยายความช่วยเหลือกลุ่มรถแท๊กซี่ที่ไม่ใช่แค่รถที่ใช้น้ำมันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรถแท๊กซี่ที่ใช้ก๊าซ NGVและLPG ด้วย เนื่องจากมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน คาดว่าจะใช้กรอบวงเงินงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งอาจพิจารณาขอเงินทุนสนับสนุนจาก งบกลางหรือเงินกู้ โดยขบ.จะประกาศเปิดให้ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมรับการชดเชยเยียวยาในเร็วๆนี้

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือการเปลี่ยนผ่านถ่ายไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้นกระทรวงคมนาคมมีแผนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 69 หรือช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.69นี้ เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ก่อน เพื่อให้นโยบายมีความโปร่งใสและครอบคลุมทุกภาคส่วน ก่อนที่จะเริ่มบังคับใช้และส่งเสริมมาตรการอย่างเต็มรูปแบบต่อไป