![]()
มติ ครม. ไฟเขียวให้ กระทรวงการคลังออก พรก.เงินกู้ รับมือผลกระทบวิกฤตพลังงาน จากเหตุขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมเสนอต่อสภา 14 พ.ค.นี้ ย้ำไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลัง กู้เงินภายในประเทศทั้งหมด พร้อมกำหนดแผนติดตามโครงการเพื่อความโปร่งใส

วันนี้ (5 พฤษภาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ ภายหลังการประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
โดย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติ ดังนี้
1. อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ก. ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ….
2. เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจ กระทรวงการคลัง กู้เงินฯ
3. เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจ กระทรวงการคลัง กู้เงินฯ
4.มอบหมายสำนักงบประมาณ ให้ตั้งงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป เพื่อชำระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน การออกและการจัดการตราสารหนี้ภายใต้ร่าง พ.ร.ก. ฯ นี้
4. มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) หารือร่วมกับ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) พิจารณากำหนดกลไกในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะและการกำกับติดตามและการประเมินผลโครงการ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้
วัตถุประสงค์ พระราชกำหนด ฯ 1) เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก และ 2) เพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศลดความเปราะบาง และสร้างความมั่นคงในระยะยาว
โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะ SME และภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นพี่น้องประชาชน ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
“นายกรัฐมนตรีแถลงยืนยัน ว่า หน้าที่ของรัฐบาล คือ หยุดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ ภาวะ stagflation (สแต็กฟเลชัน) หรือ ภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งต้องทำอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษผ่านการออกพระราชกำหนด ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” นางสาวรัชดา ระบุ
โฆษกรัฐบาล ยังกล่าวว่า ร่าง พ.ร.ก. ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. จะถูกเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา 14 พ.ค. นี้ ซึ่ง รอง. นรม. และ รมว. กค. ยืนยันแล้วด้วยว่า พรก.กู้เงินนี้ ไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะเป็นการกู้เงินภายในประเทศทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน สภาพคล่องภายในประเทศสูงมาก และดอกเบี้ยต่ำมาก อีกด้วย