“พิพัฒน์” ประกาศปิดตำนานถนน 7 ชั่วโคตรพระราม 2 เปิดวิ่งฟรี 28 ส.ค.นี้

Loading

“พิพัฒน์” ประกาศปิดตำนานถนน 7 ชั่วโคตรพระราม2 ยืนยันพร้อมเปิดให้วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว เริ่ม 28 ส.ค. นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 ส.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นติดตามความพร้อมการเปิดทดลองให้บริการโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 หรือ M82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน -เอกชัย- บ้านแพ้ว โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)  ตลอดจนคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า งานก่อสร้าง มอเตอร์เวย์ M82 มีความคืบหน้า 98.80% ซึ่งทางทล.ได้เร่งรัดโครงการพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และจาการติดตามความคืบหน้าพบว่า มีความพร้อมและปลอดภัยแล้วที่จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งจะต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว โดยการเปิดทดลองดังกล่าวจะเปิดให้ใช้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ถึงบ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร (กม.) เพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

“โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม2 ใช้เวลานานหลายสิบปี ดังนั้นการเปิดให้ประชาชนใช้บริการM82 ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. นี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นการปิดตำนานและลบภาพจำถนนเจ็ดชั่วโคตรลงได้”นายพิพัฒน์ กล่าว และว่า ในช่วงทดลองจะกำหนดการใช้ความเร็วสำหรับรถ4ล้อไม้เกิน80 กม.ต่อชั่วโมง และรถ10ล้อขึ้นไปหรือรถบรรทุก ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 65 กม.ต่อชั่วโมง เนื่องจากบางจุดยังก่อสร้างไม่เรียบร้อย รวมถึงอาจยังมีการปิดช่องจราจรด้านล่างบางช่วง คาดว่าจะสามารถคืนผิวจราจรได้ทั้งหมดภายในสิ้นปี69 นี้

ที่สำคัญ ทล.จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีประมาณ2ปี เพื่อดำเนินการหาผู้รับจ้างติดตั้งระบบ คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บค่าผ่านและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทางได้ในปี72 ขณะที่ปัจจุบันปริมาณการจราจรบนถนนพระราม2มีประมาณ 1.2 แสนคันต่อวัน และเมื่อเปิดใช้M82 คาดว่าจะมีรถขึ้นมาใช้บริการประมาณ 20% และช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้ถึง40 นาทีอย่างไรก็ตามM82 นี้จะเชื่อมกับโครงการทางพิเศษ(ทางด่วน) สายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) บริเวณดาวคะนองได้ช่วงสิ้นปีนี้ 

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมความพร้อม ได้กำชับกรมทางหลวงตรวจสอบทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งโครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมเปิดทดลองให้บริการ โดยบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ รถตรวจการณ์ และรถช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทล.เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น–ลง และจุดเชื่อมต่อบ้านแพ้ว รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดขึ้น–ลง เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และข้อจำกัดด้านความเร็วให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน โดยย้ำให้ ความปลอดภัย ความพร้อม และความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน และพร้อมทั้งด้านเส้นทาง บุคลากร การบริหารจัดการจราจร และการช่วยเหลือฉุกเฉินตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ

ด้านนายปิยพงษ์ กล่าวว่า ทล.ได้เร่งตรวจสอบและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการ โดยเฉพาะโครงสร้างทางยกระดับ โดยร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง (Load Test) โดยอ้างอิงมาตรฐาน AASHTO และใช้น้ำหนักบรรทุกตามที่กฎหมายกำหนด ผลการตรวจวัดพบว่า ค่าการตอบสนองของโครงสร้างอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความพร้อมของโครงสร้างในการรองรับน้ำหนักบรรทุกตามเงื่อนไขการออกแบบและการใช้งานที่กำหนด ซึ่งการตรวจวัดครั้งนี้ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อาทิ เครื่องมือวัดระยะด้วยเลเซอร์ความละเอียดสูง เทคโนโลยี 3D Scanning และอุปกรณ์ตรวจวัดค่าความถี่ธรรมชาติของโครงสร้าง เพื่อเพิ่มความละเอียดในการประเมิน รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามสภาพโครงสร้างและวางแผนบำรุงรักษาในอนาคต ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนก่อนเปิดทดลองให้บริการ

รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ป้ายและเครื่องหมายจราจร รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินและบริหารจัดการจราจรในช่วงเปิดทดลองให้บริการ

สำหรับการเปิดทดลองให้บริการ M82 เพิ่มเติม ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร จะมีทางขึ้น–ลง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 และด่านบ้านแพ้ว ส่วนด่านสมุทรสาคร 1 และด่านสมุทรสาคร 2 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้คนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ทุกขนาดเครื่องยนต์ รถสามล้อ และรถล้อเลื่อนทุกประเภท ใช้ทางยกระดับ M82 โดยยังสามารถสัญจรบนถนนพระราม 2 ด้านล่างได้ตามปกติ

สำหรับมอเตอร์เวย์ M82 นับเป็นโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่งจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ ช่วยบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนพระราม 2 (ทล.35) เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนภาคการผลิต การค้า การลงทุน และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไปยังเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ตามแนวเส้นทาง เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์ M8 สายนครปฐม—ปากท่อ- ชะอำ นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการคู่ขนาน ทั้งการเตรียมเอกสารเสนอขออนุมัติโครงการคาดว่าจะส่งเรื่องมาให้กระทรวงคมนาคมได้ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ควบคู่กับการวางแผนจัดหาแหล่งเงินที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยการก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ(เฟส ) ได้แก่ เฟส ที่ 1 ช่วงนครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กม. วงเงิน 10,509 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้จะใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์ที่มีอยู่ และจากวิเคราะห์แล้วพบว่ามีสภาพคล่องพอที่จะนำมาใช้ได้ 

ส่วนเฟสที่ 2 ช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. วงเงิน 29,653 ล้านบาท ส่วนนี้จะใช้วิธีการระดมทุนผ่านกองทุน Thailand Future Fund (TFF) โดยนำรายได้จากมอเตอร์เวย์ M7 และ M9 มาดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินการนำรายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านทางและค่าตอบแทนจากผู้รับสัมปทานเข้าสู่กองทุนมอเตอร์เวย์เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมาย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นน่าจะสามารถเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระที่ 1 ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.69 ได้ หากผ่านวาระแรกไปได้แล้วก็จะเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ในช่วงกลางปี 2570 ทั้งนี้เมื่อการแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จเบื้องต้นที่จะใช้เงินกองทุน TFF กับโครงการ M8 นำร่องเป็นโครงการแรก