![]()
ฟังเสียงผู้ค้าจตุจักร “พิพัฒน์” เดินหน้าหาทางออกทุกมิติ ย้ำพัฒนาตลาดต้องไม่กระทบวิถีชีวิตประชาชน คงอัตลักษณ์-เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโอกาสให้คณะผู้ค้าอาวุโสตลาดนัดจตุจักรพิทักษ์ธรรมาภิบาล เข้าพบและหารือแนวทางการพัฒนาตลาดนัดจตุจักรในอนาคต พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาของผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาตลาดนัดจตุจักรให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ ที่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของผู้ค้าอย่างยั่งยืน โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และผู้แทนกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมหารือ ณ กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตลาดนัดจตุจักรเป็นที่ท่องเที่ยงสำคัญของประเทศไทย และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากมาอย่างยาวนาน ดังนั้น ไม่ว่าการบริหารจัดการในอนาคตจะเป็นรูปแบบใด ผมอยากให้การพัฒนาจตุจักรเป็นการพัฒนาที่ทำให้ทุกคนได้ประโยชน์ ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา และตลาดนัดจตุจักรยังคงความเป็นจตุจักรเอาไว้ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงตลาดนัด แต่เป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการยกระดับตลาดนัดจตุจักรให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการแข่งขันจากแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการพัฒนาตลาดต้นแบบจากต่างประเทศ เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงพื้นที่ในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน มีพื้นที่รองรับระหว่างการปรับปรุง รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกอบอาชีพของผู้ค้า
“ผมเติบโตมาในตลาด ผมเข้าใจวิถีชีวิตของคนค้าขายเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การจะปรับปรุงหรือพัฒนาอะไร เราต้องคิดถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ค้าด้วย ทุกคนมีภาระ มีครอบครัวที่ต้องดูแล เราจะทำอย่างไรให้เขาสามารถค้าขายต่อไปได้ระหว่างการพัฒนา”
นอกจากนี้ ผู้ค้าได้สะท้อนปัญหาที่ต้องการให้เร่งแก้ไขในหลายมิติ อาทิ ปัญหาที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ การจัดระเบียบจุดรับ-ส่งรถโดยสารสาธารณะและรถรับจ้าง ปัญหาการจราจรรอบพื้นที่ตลาด รวมถึงข้อเสนอการเพิ่มวันทำการเพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบระบายน้ำ และการป้องกันอัคคีภัยให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มอบหมายให้ รฟท. เป็นตัวแทนในการประสานหารือร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความชัดเจนในแนวทางการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรในอนาคต โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ค้าและภาคประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย