![]()
“สิริพงศ์” ลงพื้นที่รังสิต สั่งเข้มงวดมาตรการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย“รังสิต – มธ.ศูนย์รังสิต” เริ่มก่อสร้าง 23 ก.ค.นี้ เปิดใช้ปี 72 พร้อมรุกจัดระเบียบระบบขนส่งคมนาคมปทุมธานี เชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางและทางถนน รองรับการเดินทางของประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี ว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ปัจจุบันได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางจากสถานีรังสิต ถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เหลือเพียง 23 นาที และส่วนต่อขยาย จากสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ถือเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ใช้บริการในระบบรถไฟชานเมือง ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระบบรถไฟ และโครงข่ายระบบขนส่งอื่นๆ อันเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น นับเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมการให้บริการภาพรวมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พบว่าสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงรังสิต ซึ่งจะพัฒนาเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงในอนาคตจะปัญหาและอุปสรรคหรือข้อจำกัดอย่างไร และเมื่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นการโดยสารหลักที่จะเข้ากรุงเทพฯ นโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยากให้เป็นระบบขนส่งแบบไร้รอยต่อ คือ การเชื่อมต่อระบบ ราง-ล้อ-เรือ ซึ่งจากการลงดูพื้นที่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ชุมชนและถนนที่คับแคบทำให้การกระจายผู้โดยสารไปยังจุดเชื่อมต่ออื่นๆ ทำได้ยาก
ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีรังสิต) สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน (Peak Hour) ช่วงเวลา 06.30 – 09.30 น. และ 16.30 – 19.30 น. ซึ่งให้บริการด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวน ส่วนช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak) จะให้บริการทุก 15 นาทีต่อขบวน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จอดรถรองรับได้ถึง 400 คัน ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีผู้ใช้บริการเต็มพื้นที่เกือบทุกวัน ขณะที่การให้บริการรถไฟทางไกล ปัจจุบันมีรถไฟทั้งสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ จอดให้บริการที่สถานีรังสิต รวมกว่า 60 ขบวนต่อวัน
23 ก.ค.นี้ เริ่มก่อสร้างสายสีแดง ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณค่าก่อสร้างรวม 6,057,000,000 บาท มีกำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนภายในปี 2572



อย่างไรก็ตาม รฟท. ได้กำหนดหลักการทำงานในโครงการฯ ดังกล่าว 3 ข้อหลัก ประกอบด้วย 1. ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก: กำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างอย่างชัดเจน ห้ามสัญจรในบริเวณพื้นที่โดยเด็ดขาด นำมาตรการควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาบังคับใช้ 2. ระหว่างการก่อสร้าง ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟได้ 3. คืนสภาพพื้นที่ให้ดียิ่งกว่าเดิม เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ รฟท. จะต้องดำเนินปรับปรุงและคืนสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะดวกต่อการใช้งานของประชาชนมากกว่าเดิม ทั้งนี้ตนได้เน้นย้ำและสั่งการให้ รฟท. ควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และให้นำบทเรียนหรือมาตรการจากโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ผ่านมา มาปรับปรุงมาตรฐานการก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
มอบ BKS ปรับปรุงสถานีขนส่งย่อยรังสิต เพิ่มสายเดินรถ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้คณะทำงานได้เข้าศึกษาดูงานที่ท่ารถตู้ภายในห้างสรรพสินค้า Future Park รังสิต ซึ่งพบว่ามีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยีตู้คีออสในการจำหน่ายตั๋วและจัดระบบคิว ระบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารวางแผนเวลาได้แม่นยำ ง่ายต่อการบริหารจัดการสถานีขนส่งในภารวม สามารถคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร คาดการณ์ปริมาณรถที่จะเข้ามาให้บริการที่ตรงเวลา ซึ่งระบบแบบนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) หรือ BKS ยังไม่มีจึงได้มอบหมายให้ บขส.นำไปพัฒนาปรับปรุงการให้บริการของตนเองต่อไป นอกจากนี้ยังดูโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมว่าจะมีอะไรบ้างสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตในการเดินทางของประชาชนเกิดความสะดวก สบาย ปลอดภัยและตรงเวลา


นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ บขส. ไปเจรจากับทาง Future Park รังสิต เพื่อต่อเติมหลังคาทางเดิน (Skywalk) บนสะพานลอยให้เชื่อมต่อถึงสถานีขนส่งของบขส. เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้ประชาชน ส่วนในบริเวณสถานีขนส่งของบขส.ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม Future Park รังสิตซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวง (ทล.) ก็ได้ให้บขส.จัดทำแผนปรับปรุงสถานีขนส่งแห่งนี้ใหม่
ทั้งนี้จากการรับฟังปัญหาจาก สส. ในพื้นที่ พบข้อร้องเรียนสำคัญเรื่องรถโดยสารประจำทาง (Feeder) ในหลายพื้นที่ที่ยังมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะเส้นทางไปคลอง 6 ปทุมธานี (ครอบคลุม อ.คลองหลวง และอ.ธัญบุรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหมุดหมายสำคัญ เช่น สวนสัตว์แห่งใหม่ และศูนย์กีฬา ก็ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งจัดหาผู้ประกอบการและวางสายการเดินรถใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางไปยังหมุดหมายสำคัญของจังหวัดปทุมธานี