![]()
รฟม. เปิดทดสอบให้บริการลานจอดรถใหม่ 3 แห่ง ในเส้นทาง MRT สายสีน้ำเงิน – สายสีม่วง “สถานีอิสรภาพ – ท่าพระ – สะพานพระนั่งเกล้า” ตั้งแต่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนการใช้รถส่วนบุคคล เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและฝุ่นละออง PM 2.5 โดย รฟม. ได้จัดให้มีลานจอดรถแห่งใหม่ในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) พร้อมทั้งติดตั้งระบบ MRTA Smart Parking จำนวน 3 แห่ง
1) รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวน 2 แห่ง คือ ลานจอดรถสถานีอิสรภาพ ตั้งอยู่บริเวณทางออกที่ 1 มีพื้นที่รองรับการจอดรถยนต์ได้ 41 คัน และรองรับการจอดรถจักรยานยนต์ได้ 93 คัน ลานจอดรถสถานีท่าพระ ตั้งอยู่บริเวณทางออกที่ 1 มีพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ 2 ลาน และทางออกที่ 3 และ 4 มีพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ 1 ลาน รองรับการจอดรถจักรยานยนต์ได้ทั้งหมด 190 คัน
2) รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง จำนวน 1 แห่ง ลานจอดรถสถานีสะพานพระนั่งเกล้า ตั้งอยู่บริเวณทางออกที่ 2 มีพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ 1 ลาน และทางออกที่ 3 มีพื้นที่จอดรถยนต์ 1 ลาน และพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ 1 ลาน รองรับการจอดรถยนต์ได้ 34 คัน และการจอดรถจักรยานยนต์ได้ 462 คัน



โดย รฟม. เตรียมเปิดให้ประชาชนได้ร่วมทดลองใช้บริการในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการทดสอบความพร้อมของระบบที่จอดรถและอำนวยความสะดวกด้านที่จอดรถให้แก่ประชาชน ซึ่งมีรายละเอียดเงื่อนไขการทดลองใช้บริการ ในกรณีจอดรถไม่เกิน 48 ชั่วโมง ไม่คิดค่าบริการ กรณีจอดรถ 48 ชั่วโมง (2 วัน) ขึ้นไป คิดค่าใช้พื้นที่สำหรับรถยนต์ 100 บาท/วัน และ รถจักรยานยนต์ 50 บาท/วัน
ทั้งนี้ รฟม. จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางที่ดี อำนวยความสะดวกและปลอดภัย ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @MRTAParking หรือ แอปพลิเคชั่น MRTA Parking หรือ เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 “รฟม. ร่วมยกระดับเมือง ด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนและนวัตกรรม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”