ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้อาจผันผวน หลัง IEA ห่วงวิกฤตพลังงานจากเหตุตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ

Loading

ไทยออยล์ ชี้ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวน ท่ามกลางคำเตือน IEA ต่อวิกฤตพลังงานจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน 

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 17 – 23 ก.ค. 69 พบว่า สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่กดดันเสถียรภาพอุปทานน้ำมันโลก โดยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงจากการปะทะทางทหารและการขู่ปิดเส้นทางขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ได้สร้าง ความกังวลอย่างมีนัยสำคัญ จนทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ต้องออกมาเตือนถึงความเสี่ยงต่อวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ควบคู่ไปกับแนวรบรัสเซีย–ยูเครนที่ขยายวงสู่การทำสงครามโดรนทางน้ำ เพื่อตัดเส้นทางเดินเรือและทำลายโครงสร้างพื้นฐานโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยตรง 

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากฝั่งอุปสงค์ หลังกลุ่มโอเปก (OPEC) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจในเอเชีย ที่ชะลอตัวและการเร่งตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ภาพรวมตลาดยังคงมีความผันผวนสูงและต้องติดตามพัฒนาการของทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์อย่างใกล้ชิด 

สำหรัยปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย

-สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารยังคงยืดเยื้อหลังสหรัฐฯ ยังคงระดมโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านต่อเนื่อง โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งฝูงบินรบโดรน และเรือรบระดมยิงขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงถล่มเป้าหมายทางทหาร ของอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 6 ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง เกาะเกชม์ (QeshmIsland) และพื้นที่ใกล้ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุด ณ เมืองบันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas) ขณะเดียวกันความกังวลด้านอุปทานน้ำมันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังแหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลอิหร่านได้แจ้งเตือนไปยังกลุ่มพันธมิตรฮูตีในเยเมนให้เตรียมพร้อมปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในทะเลแดงทันที หากสหรัฐฯ ตัดสินใจล้ำเส้นด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน 

-ทำเนียบขาวนำโดยโฆษกหญิง แครอลีน ลีวิตต์ ระบุชัดเจนว่าประธานาธิบดีนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ยอมนิ่งเฉยต่อการกระทำอันเข้าข่ายการก่อการร้ายในช่องแคบฮอร์มุซ และจะทำให้อิหร่านชดใช้กับผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็ยังเปิดประตูทิ้งไว้สำหรับการทูตเสมอ อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการใช้ “กองกำลังภาคพื้นดิน” เพื่อเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน และขู่ยื่นคำขาดว่าจะโจมตีระบบโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านในสัปดาห์หน้า หากเตหะรานไม่ยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา 

-นายฟาติห์ บิโรล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการบริหารทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกแถลงการณ์เตือนว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการหยุดชะงักด้านพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และควรเริ่มกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้รับการแก้ไขในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดจะได้รับการบรรเทาผลกระทบจากมาตรการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของกลุ่มประเทศสมาชิก IEA ร่วม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคลังสำรองทั้งหมด ประกอบกับการใช้ปริมาณสำรองและนโยบายประหยัดพลังงานของจีน ตลอดจนการเพิ่มกำลังการผลิตของสหรัฐฯ แต่มาตรการช่วยเหลือและทรัพยากรเหล่านี้ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป โดยกลุ่มประเทศในแถบเอเชียที่ต้องพึ่งพาพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สูงถึงร้อยละ 80-90 รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุด

-ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนขยายวงเข้าสู่แนวรบทางน้ำอย่างรุนแรง หลังกองทัพยูเครนส่งฝูงโดรนพลีชีพทางทะเลเข้าจู่โจมกลุ่มเรือขนส่งน้ำมันดิบของรัสเซียในบริเวณน่านน้ำทะเลดำและทะเลอาซอฟ ส่งผลให้ปฏิบัติการเดินเรือขนส่งน้ำมันและสินค้าของรัสเซียในพื้นที่ต้องชะงักงันลงชั่วคราว นอกจากนี้ ยูเครนยังคงส่งโดรนพิสัยไกลพุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่น และคลังเก็บน้ำมันดิบในดินแดนรัสเซียอย่างต่อเนื่อง หวังบั่นทอนแหล่งรายได้และระบบโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่ใช้สนับสนุนกองทัพรัสเซีย 

-กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ได้เผยแพร่รายงานตลาดน้ำมันประจำเดือน (MOMR) โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 ลงเหลือเพียง 8 แสนบาร์เรลต่อวัน (ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในรายงานครั้งก่อน) ถือเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยให้เหตุผลหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดียที่เผชิญการชะลอตัวลงของกิจกรรมภาคอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก 

-ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้น  และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เดือน ก.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ มติอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) 

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 10 – 16 ก.ค. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 6.83 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 77.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 8.13 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 82.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหลังตลาดได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทะยานสูงขึ้น หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซสหรัฐฯ ประกาศกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลรวมถึงเสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเดินเรือสูงถึงร้อยละ 20 ของมูลค่าสินค้าบนเรือ แม้ในเวลาต่อมาสหรัฐฯ จะประกาศยกเลิกข้อเสนอดังกล่าวแล้วก็ตาม 

อีกทั้งสถานการณ์ ยังตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังเกิดเหตุขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวน 2 ลำ ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อระบบป้องกันชายฝั่งและคลังเก็บขีปนาวุธของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดขีดความสามารถในการโจมตีเรือพาณิชย์

ขณะที่ทางอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ พร้อมข่มขู่ว่าจะส่งสัญญาณให้กลุ่มฮูตีในเยเมนทำการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) เพิ่มเติม ซึ่งหากเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกทั้งสองแห่งนี้ถูกจำกัด จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกทันที