ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังผันผวน ท่ามกลางสัญญาณบวกการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

Loading

ไทยออยล์ ชี้ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์ยี้ยังคงผันผวน ท่ามกลางสัญญาณบวกในการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยังมีความเสี่ยงในฝั่งทะเลแดง

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 7 – 13 ส.ค. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนต่อเนื่อง แม้มีความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางและมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศผู้ผลิตหลักในอ่าวอาหรับฟื้นตัวจากระดับเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในทะเลแดงยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ขณะที่การส่งออกน้ำมัน จากท่า Yanbu ลดลง สะท้อนถึงความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมันที่ยังคงมีอยู่

สำหรับปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดเป็นครั้งแรก ขณะที่อุปสงค์น้ำมันดิบเพื่อการกลั่นได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการคว่ำบาตรโรงกลั่น Kulevi ของจอร์เจีย ซึ่งอาจส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันดิบลดลงชั่วคราวในระยะสั้น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย

· ตลาดจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยคาดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังคณะกรรมาธิการของรัฐสภาของอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งจะห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอลและประเทศใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออิหร่าน ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากฝ่าฝืนอาจเก็บค่าปรับสูงสุด 20% ของมูลค่าสินค้าบรรทุก ทั้งนี้ อิหร่านต้องการเก็บค่าธรรมเนียมในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 5-7% ของมูลค่าสินค้า ที่บรรทุก ในขณะที่โอมานเสนอให้เรียกเก็บที่ 3% นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจากประเทศผู้ผลิตหลักในอ่าวอาหรับเริ่มฟื้นตัว โดยข้อมูล Kpler ระบุว่าปริมาณส่งออกของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และอิหร่าน ในเดือน ก.ค. 69 เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เริ่มคลี่คลายลง แม้ปริมาณส่งออกยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ 40% ก็ตาม

· อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างกลุ่ม Houthi ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยอิหร่าน และรัฐบาลเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยซาอุดิอาระเบียยังคงคุกรุ่น หลัง Houthi ได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมน ในจังหวัด Marib และ Hadramout ของเยเมน โดยทำลายค่ายทหาร คลังแสง และยานพาหนะทางทหาร ทั้งนี้ในวันที่ 5 ส.ค. 69 กลุ่ม Houthi ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย บริเวณนอกชายฝั่งเมือง Yanbu ในทะเลแดง และโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอีกลำในอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) ขณะเดียวกัน Energy Aspects รายงานการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจากท่า Yanbu วันที่ 20 ก.ค. 69 ลดลง 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากค่าเฉลี่ยในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณทะเลแดงและอ่าวเอเดน สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งและท่าเรือส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในฝั่งทะเลแดง โดยเฉพาะท่า Yanbu ยังคงมีอยู่

· กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค. 69 เพิ่มขึ้น 1,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 199,000 ราย ต่ำกว่า Reuters poll ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 202,000 ราย

· ความต้องการใช้น้ำมันดิบสำหรับกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปลดลง หลังโรงกลั่น Kulevi ของบริษัท Black Sea Petroleum (BSP) ในจอร์เจียถูกสหภาพยุโรป (EU) คว่ำบาตร โดย EU อ้างข้อมูลการติดตามเรือว่าโรงกลั่นดังกล่าวตั้งแต่เริ่มดำเนินการเดือน ต.ค. 68 จนถึงเดือนพ.ค. 69 นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียทั้งหมด 6 เที่ยวเรือ ที่ระดับ 4.8 ล้านบาร์เรล โดยไม่พบการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ส่งผลให้โรงกลั่นอาจจะเปลี่ยนไปนำเข้าน้ำมันดิบจากคาซัคสถาน และลิเบียแทนซึ่งอาจส่งผลให้ ความต้องการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงชั่วคราว

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 6 ส.ค. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 5.19 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 78.66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 6.76 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 83.04 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ระบุว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า ขณะที่ อิหร่านและโอมานได้จัดทำร่างข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และ อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยอิหร่านระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดให้สัญจรได้เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะสั้น แม้ความเสี่ยงในทะเลแดงจะยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคยังคงอยู่ ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 407.0 ล้านบาร์เรล และเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล