“สรรเพชญ” สั่ง SRTA เร่งพัฒนาที่ดิน 3.9 หมื่นไร่ คาดปี 69 ปั้นรายได้ 3.3 พันล้าน

Loading

“สรรเพชญ” สั่ง SRTA เร่งบริหารทรัพย์สิน 3.9 หมื่นไร่ ทั่วประเทศมูลค่ากว่า 3.6 แสนล้านบาท สร้างรายได้ล้างหนี้สะสมช่วยฟื้นฐานะทางการเงินให้ รฟท. ตั้งเป้าเพิ่มรายได้มูลค่าทรัพย์สินจาก 1% เป็น 4% ภายใน 4 ปี

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเดินทางไปมอบนโยบายกับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ตนได้มอบนโยบายให้ SRTA บริหารจัดการสินทรัพย์เชิงพาณ์ชย์ของ รฟท.ให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างรายได้ให้ภาครัฐมากขึ้น โดยปัจจุบัน SRTA ได้รับการส่งมอบสัญญาเช่าเดิมจาก รฟท. มากกว่า 12,000 สัญญา ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ของประเทศ และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดระบบฐานข้อูมูลสัญญา การบริหารการจัดเก็บรายได้ และการพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อบริหารพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ SRTA ได้เริ่มเข้าไปบริหารและจัดเก็บค่าเช่าและดูแลสัญญาอย่างครบวงจรก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามรายได้และลดปัญหาสัญญาค้างสะสมที่มีมานาน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนทรัพย์สินของ รฟท. จากที่ดินที่รอการพัฒนาให้กลายเป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้ลดหนี้สะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นฐานะทางการเงินของ รฟท.อย่างยั่งยืน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการผลดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งการบริหารสัญญาฉบับเดิมและการบริหารสัญญาฉบับใหม่ และการนำพื้นที่ศักยภาพมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ประมาณการณ์รายได้ที่จะนำส่งคืนให้ รฟท. ในปี 2569 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,335 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการบริหารสัญญาเดิม 2,068 ล้านบาท และรายได้จากการบริหารพื้นที่เช่าและการพัฒนาโครงการใหม่ 1,266 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารสัญญาเช่าแบบเดิมไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เชิงรุก เพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับ รฟท.

ทั้งนี้ SRTA ได้ประมาณการณ์รายได้จากการบริหารสัญญาในช่วงปี 69-71 จำนวน 963 โครงการ ซึ่งสามารถรายรายได้ส่ง รฟท. ดังนี้ ปี 69 เป็นเงิน 2,068.54  ล้านบาท ,ปี 70 เป็นเงิน 2,216.12  ล้านบาท ,ปี 71 เป็นเงิน 2,090.36  ล้านบาท,ปี 72 เป็นเงิน 1,500.47  ล้านบาท,ปี 73 เป็นเงิน 1,374.08  ล้านบาท และปี 74 เป็นเงิน 1,442.79  ล้านบาท โดยในปีที่รายได้ปรับลดลงเนื่องจากสัญญาเช่าเดิมบางส่วนหมดอายุลงส่งผลให้รายได้จากการบริหารสัญญาลดลงไปด้วย แต่จะไปเติบโตในส่วนของการเช่าช่วงแทน

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า รฟท.มีที่ดินที่ไม่เกี่ยวกับการเดินรถอยู่จำนวน 39,000 ไร่ ทั่วประเทศมูลค่า 3.6 แสนล้านบาทโดยในส่วนของพื้นที่ศักยภาพสูง จำนวน 10 แปลง มีพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันใช้ประโยชน์ได้แค่ 9% เท่านั้น ดังนั้นจึงมีแนวติดในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟแบบ Transit-Oriented Development (TOD) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) แปลง E ที่อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนาอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และการสร้างเมืองอัจฉริยะแบบผสมผสาน (Mixed-Use Development) และพื้นที่นิคมรถไฟ กม.11 แปลง G ที่มีเอกชนเริ่มให่ความสนใจที่จะลงทุนแล้ว

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าSRTA จำเป็นต้องสร้างรายได้ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีผลตอบแทนจากมูลค่าสินทรัพย์เพียง11% เท่านั้น จึงคาดหวังให้ทยอยไต่ระดับเพิ่มขึ้นเป็น4% ภายในรัฐบาลชุดนี้หรือภายใน 4 ปีให้ได้ 

นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุลประธานกรรมการ (บอร์ด) SRTA กล่าวว่า SRTA ได้ทำแผนการพัฒนาปี 69-70 ในพื้นที่แปลงศักยภาพที่มีมูลค่าเกิน 500 ล้านบาท ได้แก่ พื้นที่ที่เป็นตึกร้างย่านมักกะสัน (อดีตโรงแรมอีสติน มักกะสัน),ที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน, พื้นที่ RCA , พื้นที่อาคารกลาสเฮ้าส์ ย่านรัชดาภิเษก ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาและพิจารณาสัญญาให้เช่า

นอกจากนี้จะเร่งพัฒนาพื้นที่รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) โดยจะเริ่มศึกษาและพัฒนาแปลง E ที่จะเป็นพื้นที่ของกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และแปลง A ที่มีแผนพัฒนาร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อสร้างสำนักงานและสถานีเชื่อมต่อรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเชื่อมต่อการเดินทางได้แบบไร้รอยต่อ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่บ้านท่านุ่น (พื้นที่เชื่อมต่อจังหวัดพังงา-ภูเก็ต) ประมาณ100 ไร่ ,พื้นที่รอบสถานีรถไฟหาดใหญ่ ,พื้นที่ย่านสถานีแม่น้ำ และพื้นที่สนามกอล์ฟรถไฟหัวหิน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในเร็วๆนี้