“เอกนัฏ” หนุน “พลังงานสะอาด-เปิดเสรีไฟฟ้า” ดันใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ลดพึ่งพานำเข้า

Loading

“รมว.พลังงาน” หนุน เปิดเสรีไฟฟ้า-พลังงานสะอาด เร่งขจัดอุปสรรคเปิดทางบ้านอยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ดันสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ชูยุทธศาสตร์ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบ ดูแลความมั่นคงพลังงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย  

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บรรยายในหัวข้อ “ทิศทางพลังงานไทย และความคืบหน้า PDP 2026” ในงานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ในเครือเนชั่น กรุ๊ป เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569  โดยระบุว่า หากพูดถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน คนส่วนใหญ่มักนึกเรื่อง “ไฟฟ้า” และลืมว่า “น้ำมัน” ยังเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะประเทศไทยมีทำเลยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อภูมิภาค ทั้งเรื่องอุตสาหกรรมและการขนส่ง ซึ่งต้นทุนโลจิสติกส์และน้ำมันถือเป็นต้นทุนตัวสำคัญของประเทศ ในอนาคตโลกอาจมองว่า Data Center และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) คือเชื้อเพลิงใหม่ แต่ในปัจจุบันรัฐบาลต้องบริหารทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และ Data Center/AI ควบคู่กันไป

สำหรับความท้าทายและเป้าหมาย Net Zero 2050 รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่น (Commitment) ในเรื่อง Net Zero ภายในปี 2050 หรือในอีก 25 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา 3 ด้าน ประกอบด้วย 

  • ราคา ต้องการน้ำมันและไฟฟ้าที่ถูกที่สุดเพื่อเป็นต้นทุนอุตสาหกรรม
  • สิ่งแวดล้อม ความสะอาดของพลังงานตามกระแสโลก
  • ความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทย นำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% และนำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า คือ LNG และจากพม่า ในสัดส่วนที่สูง เมื่อเกิดวิกฤตในต่างประเทศจึงส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง ดังนั้น รัฐบาล ได้วางยุทธศาสตร์เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) และการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบโดยจะสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอลและไบโอดีเซล แม้บางช่วงราคานำเข้าอาจจะถูกกว่า แต่การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจะทำให้ เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ส่วนด้านการอุดหนุนราคา จะมีการใช้กองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วยให้ แก๊สโซฮอล์ E20 และ ดีเซลB20 ราคาถูกกว่าน้ำมันฐาน 5 บาท เพื่อจูงใจประชาชน

ส่วนความคืบหน้า การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับใหม่(PDP 2026) จะลากยาวไป 25 ปีถึงปี 2050 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero โดยตั้งเป้า สัดส่วนไฟสะอาดไว้ที่ประมาณ 60% ซึ่งจะมุ่งเน้น โซลาร์ฯ เช่น โซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) เป็นวิธีที่ถูกที่สุดเพราะผลิตเองใช้เอง รัฐบาลได้ ยกเลิกการขออนุญาต รง.4 สำหรับการติดตั้งบนหลังคาเพื่อลดความยุ่งยาก และตั้งเป้าให้ขออนุญาตติดตั้งเพื่อใช้เองเสร็จภายใน 7 วัน หรือขายคืนระบบไม่เกิน 30 วัน

พร้อมขยายโควตา รับซื้อไฟคืนจากภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดิม 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์แรก และจะเพิ่มอีก 500 เมกกะวัตต์  รวมถึงผลักดัน Direct PPA (ตลาดไฟเสรี) จะเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมซื้อไฟสะอาดได้โดยตรงผ่านสายส่งของการไฟฟ้า โดยจะปรับค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมและแข่งขันได้

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนพลังงานทางเลือกอื่น ทั้งลม และชีวมวล (Biomass) ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยแทนการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาผันผวน

ขณะที่ ยุทธศาสตร์ Data Center และค่าไฟ ปัจจุบันมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นเม็ดเงินลงทุนมหาศาล รัฐบาลมีแนวทางบริหารจัดการ ดังนี้ ต้องเก็บเงินมัดจำการจองไฟ ป้องกันการจองแบบปากเปล่า โดยให้วางเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อนำเงินมาพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า

ส่วนอัตราค่าไฟ (UGT 2) จะกำหนดราคาที่เหมาะสมตามต้นทุนจริง โดยเฉพาะต้นทุน LNG นำเข้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อภาคประชาชน รวมถึง ค่าไฟทางสาธารณะ มีนโยบายจะดึงค่าไฟทางออกจากบิลค่าไฟของประชาชนเพื่อให้ค่าไฟถูกลง โดยให้รัฐบาลรับผิดชอบโดยตรง

ทั้งนี้ การเดินหน้าสู่ Net Zero ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของไทยในตลาดโลก ซึ่งต้องอาศัยทิศทางที่ชัดเจน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนวิกฤตพลังงานให้เป็นโอกาสของประเทศในอีก 5-10 ปีข้างหน้า