![]()
EGCO มั่นใจ โครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 อีก 3 โครงการ ลงนาม PPA ภายในไตรมาส3 ปีนี้ พร้อมจับตาร่างแผน PDP 2026 สร้างโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกพัฒนานิคมอุตสาหกรรม รองรับธุรกิจ Data Center และขายไฟฟ้าในรูปแบบ Direct PPA ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3/69 คาดว่าปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน

นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยในงานEarnings Call โดยระบุว่า ความคืบหน้า โครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 จำนวน 11 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 448.1 เมกะวัตต์ โดยได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) เสร็จสิ้นไปแล้ว 8 โครงการ เหลืออีก 3 โครงการ คาดว่าจะลงนามแล้วเสร็จทั้งหมดในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ จากนั้นจะเดินหน้าออกแบบทางเทคนิค จัดหาแหล่งเงินทุน และเริ่มการก่อสร้างโครงการในปี 2570 และทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) ตามแผนในปี 2571-2573 ซึ่งโครงการนี้จะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างกำไรให้กับบริษัท
ส่วนทิศทางขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศไทย บริษัท ยังติดตามแผน PDP 2026 โดยมองว่าเป็นโอกาส ทั้งการขยายกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม (Conventional Power Generation) การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Renewables) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต SMR (Small Modular Reactor) และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (EGCO Rayong Industrial Estate – ERIE) โครงการ ERIE ใน จ.ระยอง ที่อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้า Data Center แล้ว 2-3 ราย นอกจากการขายไฟให้กลุ่ม Data Center แล้ว ยังรวมถึงการผลิตเพื่อขายตรงในรูปแบบ IPS หรือแม้แต่ Direct PPA ด้วยเช่นกัน

สำหรับทิศทางผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนระดับสูง ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างเต็มตั้งแต่ไตรมาส 3 ต่อเนื่องไปถึงต้นไตรมาส 4 ปีนี้
ส่วนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทั้ง Paju Linden และ Compass หลังการปิดซ่อมในช่วงที่ผ่านมา จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าในไตรมาส 3/2569 ขณะที่ในสหรัฐฯ จะเป็นช่วงซัมเมอร์ ส่วนในเกาหลีจะร้อนมาก ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง รวมทั้งมองว่าโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ อัตราค่าไฟจะอยู่ในช่วงขาขึ้นด้วย เนื่องจากมีกระแส AI และ Data Center ที่ต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้ ทำให้ค่าไฟยังสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาดีลเข้าซื้อกิจการ(M&A) โครงการในต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน คาดว่าจะได้รับความชัดเจนภายในปีนี้ หากสามารถปิดดีลได้ตามเป้าหมายบริษัทก็จะรับรู้รายได้ภายในต้นปีหน้า ซึ่งโครงการลงทุนดังกล่าว ยังอยู่ในกรอบงบลงทุนปีนี้ที่ 30,000 ล้านบาท
ส่วนกรณีที่ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งหยุนหลิน (Yunlin) ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ขอชี้แจงว่าโรงไฟฟ้าหยุนหลิน เพิ่ง COD ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นปกติที่ในช่วง 2 ปีแรกจะมีการปรับเครื่องให้เป็นไปตามการผลิตที่คาดหวัง อาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคในช่วงต้น แต่เชื่อว่ายังอยู่ในแผนที่จะดำเนินการให้การปรับปรุงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับอาจจะมีความเร็วลมที่เกิดขึ้นที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายมากนัก คงต้องดูในช่วง 1-2 ปีนี้ หรือในปีถัดไปว่าจะเป็นอย่างไร แต่มองว่าในระยะยาวยังเป็นโครงการที่ดีอยู่
ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพาจู (Paju) ในเกาหลีใต้ ที่อาจจะมองว่าครึ่งปีแรกไม่ดี เนื่องจากปีที่แล้วไม่ได้มีการปิดซ่อมแต่หากดูภาพรวมทั้งปีจะเห็นว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายและงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยอัตราค่าไฟเมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างสูง 20-40% ดังนั้นยังมองว่าภาพรวมตลอดทั้งปียังคงเป็นไปตามเป้าหมาย