![]()
บี.กริม เพาเวอร์ เปิดตัว “บี.กริม บียอนด์บริดจ์” วางรากฐานก้าวสู่ผู้นำ “ธุรกิจดิจิทัลแห่งอนาคต” รองรับการเติบโต “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของไทยและภูมิภาค พร้อมเร่งพัฒนาโครงการ hyperscale ขนาดใหญ่ 96 MW มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่ จ.ชลบุรี คาดเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดตัว บริษัท บี.กริม บียอนด์บริดจ์ จำกัด หน่วยธุรกิจใหม่ภายใต้ บี.กริม เพาเวอร์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักมุ่งโฟกัสธุรกิจดิจิทัลแห่งอนาคต ของ บี.กริม เพาเวอร์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Infrastructure-as-a-Service (DIaaS) พร้อมวางรากฐานเพื่อการเติบโตและขยายสเกลได้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่จำกัดอยู่เพียงโซลูชันใดโซลูชันหนึ่ง แต่พร้อมต่อยอดสู่โอกาสใหม่ในระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อให้พันธกิจด้าน DIaaS ของ บี.กริม เพาเวอร์ เป็นรูปธรรมและรองรับการเติบโตในระยะยาว บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ได้ออกแบบกลยุทธ์ธุรกิจดิจิทัลเป็น 2 แกนหลัก โดยเน้นให้มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายสเกลตามความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรในแต่ละภาคส่วน พร้อมเสริมศักยภาพซึ่งกันและกันและขยายสเกลไปพร้อมกันได้ ดังนี้
- Energy Platform-as-a-Service นำการพยากรณ์ด้วยอัลกอริทึม (Algorithm-based Forecasting) มาเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management System) พร้อมรองรับความพร้อมด้านการเปิดระบบโครงข่ายให้บุคคลที่สามเข้าใช้งาน (TPA Third Party Access) และเปิดศักยภาพด้านการซื้อขายพลังงานอัจฉริยะ (Energy Trading) บนแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยต่อยอดจากประสบการณ์ด้าน Smart Micro Grid ที่ บี.กริม เพาเวอร์ สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีความน่าเชื่อถือและพร้อมใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้จริง และยังวางรากฐานให้ บี.กริม เพาเวอร์ ก้าวสู่บทบาท ผู้รวบรวมและบริหารจัดการพลังงาน (Energy Aggregator) ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Industrial Digital Services ให้บริการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมความปลอดภัย สาธารณูปโภค และความยั่งยืน ตลอดจนโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจในมิติอื่นๆ โดยทีมงานพร้อมออกแบบและพัฒนา Solution แบบ Customize ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม
ทิศทางจากนี้ บี.กริม บียอนด์บริดจ์ พร้อมพัฒนาและนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับลูกค้าตามโจทย์ที่แตกต่างกัน โดยในส่วนของ Data Center บี.กริม เพาเวอร์ ผ่าน ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม จะเป็นผู้ดำเนินการหลักโดยตรง การนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานพลังงานมาขยายสู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ดำเนินการ Data Center ระดับโลก ซึ่งจะเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับ 2 แกนธุรกิจของ บี.กริม บียอนด์บริดจ์ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบนิเวศ DiaaS ของ บี.กริม เพาเวอร์ สมบูรณ์ครบวงจร โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ hyperscale ขนาดใหญ่ 96 MW มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่ จ.ชลบุรี โดยมีความคืบหน้ามากกว่า 45% และจะเริ่มเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569 นี้
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจที่ชัดเจน คือการเป็นผู้นำด้าน Digital Infrastructure-as-a-Service หรือ DIaaS เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านพลังงานที่ บี.กริม เพาเวอร์ สั่งสมมากว่า 30 ปี เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งอนาคต โดยวางโครงสร้างธุรกิจให้พร้อมเติบโตและขยายสเกลได้อย่างเต็มที่ เพื่อก้าวสู่ “รากฐานใหม่” ที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของ บี.กริม เพาเวอร์ ในทศวรรษถัดไป
บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ก่อตั้งขึ้นโดยมีการเติบโตเป็นแกนกลางของพันธกิจตั้งแต่วันแรก บริษัทมุ่งพัฒนา ลงทุน บริหารจัดการ และดำเนินการเชิงพาณิชย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชันดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ออกแบบโมเดลธุรกิจให้สามารถขยายสเกล (Scale) ได้ตามความต้องการของตลาดและพันธมิตรที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในอนาคต โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา บี.กริม เพาเวอร์ ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน และ เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าพื้นที่อัจฉริยะ (Smart Micro Grid) ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีความยาวรวมถึง 216.76 กิโลเมตร รวมถึงประสบการณ์การพัฒนา Data Center ผ่าน ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัลแห่งอนาคต
“การจัดตั้ง บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการนำสินทรัพย์และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาขยายขอบเขตสู่ธุรกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพเติบโตได้ในระดับภูมิภาค ท่ามกลางความต้องการ Digital Transformation ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายนพเดช กล่าว